China Power

greenx88 แอด ไลน์1️⃣M98: Diplomacy 101

บา ค่า ร่า 16881️⃣M98,ค่าใช้จ่ายทางการเงิน 42.17 ล้าบาท เพิ่มขึ้น 4.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.09% เทียบกับไตรมาส 2/57 ที่มีค่าใช้จ่ายทางการเงิน 37.29 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ML ไม่ปลื้ม กำไร Q2/58 ลดลง 34% หลังตั้งสำรองหนี้สูญ-หนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นPTT = 299 / 302, AJD = 1.62 / 1.65, KBANK = 1.72 / 174, COM7 = 3.40 / 3.54, JAS = 5.00 / 5.10"กรณีมีเศษหุ้นให้ปัดทิ้ง ในราคาเสนอขายหุ้นละ 2.00 บาท และในระหว่างระยะเวลาการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน ผู้ถือหุ้นเดิมอาจแสดงความจำนงจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนเกินจากสิทธิ(Excess Rights) ที่ได้รับจัดสรรตามสัดส่วนได้ ในราคาเสนอขายเดียวกัน ทั้งนี้ มอบหมายให้คณะกรรมการหรือบุคคลที่คณะกรรมการมอบหมายเป็นผู้พิจารณากำหนดวันจองซื้อและระยะเวลาเสนอขาย เงื่อนไข และรายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแก่ผู้ถือหุ้นเดิม และมีอำนาจในการพิจารณาจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนส่วนที่เหลือจากการที่ผู้ถือหุ้นไม่ใช้สิทธิจองซื้อให้แก่ผู้ถือหุ้นที่แสดงความจำนงจะซื้อหุ้นเพิ่มทุนเกินจากสิทธิ ตามสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมแต่ละรายที่จองเกินสิทธิดังกล่าว จนกระทั่งไม่มีหุ้นเหลือจากการจัดสรร ในกรณีที่มีหุ้นเหลือเพียงพอที่จะจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่จองซื้อหุ้นเกินกว่าสิทธิของตนทุกราย ให้จัดสรรหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นที่จองซื้อเกินสิทธิแต่ละรายตามจำนวนหุ้นที่แสดงความจำนงที่จะซื้อเกินสิทธิดังกล่าว" อนึ่ง JAS ASSET เป็นบริษัทย่อยของ JMART ที่ดำเนินธุรกิจบริหารพื้นที่เช่าศูนย์รวมจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในรูปแบบ IT Junction และมีการดำเนินธุรกิจตลาด J Martket และทำโครงการ The JAS Community Mallทั้งนี้ ปัจจุบัน บริษัทมีมูลค่างานในมือ(Backlog)กว่า 1.2 พันล้านบาท โดยจะรับรู้ปีนี้ราว 1 พันล้านบาท ขณะที่สัดส่วนรายได้ปัจจุบันมาจากกลุ่มธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายประมาณ 62% และเทรดดิ้งประมาณ 12% ส่วนที่เหลือเป็นงานบริการและโครงการรื้อถอนโรงไฟฟ้าดัชนี MSCI Asia-Pacific เพิ่มขึ้น 0.1% แตะที่ 138.43 จุด เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น.ตามเวลาโตเกียวขณะที่ ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 349.20 ล้านบาท หรือ 0.17 บาทต่อหุ้น ไม่เปลี่ยนแปลง จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 350.46 ล้านบาท หรือ 0.17 บาทต่อหุ้นส่วนธุรกิจในประเทศ บริษัทมีพื้นที่ให้บริการในเขตพื้นที่ทั่วไปและเขตปลอดอากรรวม 775,743 ตารางเมตร ประกอบด้วย คลังสินค้า 40 หลัง พื้นที่รวม 206,488 ตารางเมตรและลานรับฝากสินค้า 569,255 ตารางเมตร โดยตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง 608,187 ตารางเมตร ถนนกรุงเทพกรีฑา 4,575 ตารางเมตร ถนนสามวา 19,200 ตารางเมตร ถนนบางนา-ตราด กม.19 ขนาด 94,480 ตารางเมตร ถนนสุวินทวงศ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา 18,905 ตารางเมตร ตำบลมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร 27,996 ตารางเมตร และอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ 2,400 ตารางเมตร โดยพื้นที่ดังกล่าวรวมพื้นที่ให้บริการสินค้าอันตราย 184,000 ตารางเมตร ที่บริษัทได้รับสัมปทานรายเดียวในเขตท่าเรือแหลมฉบัง ส่งผลให้สินค้าอันตรายทั้งหมดที่เข้า-ออกผ่านท่าเรือฯ ต้องผ่านคลังสินค้าอันตรายของบริษัทเท่านั้น3.ธุรกิจให้บริการขนย้ายในประเทศและต่างประเทศเจาะกลุ่มองค์กรและบุคคล โดยให้บริการขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้สำหรับที่พักอาศัย อุปกรณ์สำนักงาน อุปกรณ์เครื่องจักรสำหรับโรงงานและสิ่งของสำหรับงานแสดงสินค้าและศิลปะ 4.ธุรกิจให้บริการรับฝาก บริการจัดการเอกสารและข้อมูลอย่างครบวงจรและ 5.ธุรกิจอื่นๆ ได้แก่ ธุรกิจให้เช่าอาคาร-คลังสินค้าและธุรกิจให้บริการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศคำค้นบ.ไทยฟู้ดส์ บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320 , บอร์ด S อนุมัติลงทุนโครงการ สิงห์ คอมเพล็กซ์ มูลค่าไม่เกิน 4.26 พันลบ.ขอบคุณที่มา SANOOK.com หุ้นใหญ่น่าสนใจเชิงกลยุทธ์: AOT CENTEL SCC CPN EGCO RATCH TTWขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 17.99ล้านบาท หรือ 0.00323บาทต่อหุ้น ลดลง 87% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 139.05ล้านบาท หรือ 0.03654บาทต่อหุ้นโดยที่ IAE ถือหุ้น RNS ในสัดส่วนร้อยละ 99.98 ของทุนจดทะเบียน RNS ซึ่ง RNSเป็นผู้ดำเนินการโครงการรางเงิน ที่มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 87 เมกะวัตต์ จำนวน 11 โครงการด้วยงบลงทุนในโครงการ 5,856.74 ล้านบาท รวมมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 6,132.74 ล้านบาท(แตกต่างจากมูลค่าการลงทุนตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 8/2558 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2558นอกจากนี้ ยังคาดจะได้เห็นความร่วมมือกับบริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นปี 59 เป็นต้นไป ภายหลังก่อนหน้านี้ JMART ได้เข้าไปซื้อหุ้นของ SINGER ในสัดส่วน 24.99% โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างทยอยเพิ่มช่องทางการขายโทรศัพท์มือถือในโชว์รูมของ SINGER ประมาณ 50 สาขาในช่วงครึ่งปีหลัง และตั้งเป้าเพิ่มยอดขายได้อีก 1,000 ล้านบาทภายในปี 59 หุ้นแนะนำภาคบ่าย: KTB (ราคาปัจจุบันซื้อขายที่เพียงมูลค่าทางบัญชี มีโอกาสได้ประโยชน์ในฐานะกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล, เป้าทางกลยุทธ์ 19.50 ตัดขาดทุน 16.90), ROBINS (รายได้ค่าเช่าช่วยค้ำยันงบ ขณะรอการบริโภคฟื้นตัว, เป้าทางกลยุทธ์ 42.00-44.00 ตัดขาดทุน 40.00) และ SAMART (ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 คาคาด และยืนยันการผ่านจุดต่ำสุดของผลประกอบการไปแล้วในไตรมาสแรก, เป้าทางกลยุทธ์ 23.00 ตัดขาดทุน 20.70)ยืน 1,418 ได้ ลุ้นทดสอบ 1,430 ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 1,080.08 ล้านบาท หรือ 0.80 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 98.72% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 543.54 ล้านบาท หรือ 0.40 บาทต่อหุ้นบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) โดยไม่คิดมูลค่า ในอัตราการจัดสรร 2 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ ในการคำนวณสิทธิที่จะได้รับจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ TMC-W1 ของผู้ถือหุ้นแต่ละรายนั้น หากเกิดเศษจากการคำนวณตามอัตราการจัดสรรดังกล่าวข้างต้น ให้ปัดเศษนั้นทิ้ง ใบสำคัญแสดงสิทธิ TMC-W1 จะมีอายุ 2 ปี นับแต่วันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิบริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.58 มีกำไรสุทธิ 6.77 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.02 บาทต่อหุ้น ลดลง 37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 10.68 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.03 บาทต่อหุ้น。

ด้านการเปิดดำเนินงานธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ และธุรกิจคาร์ฟอร์แคส ที่จะเปิดดำเนินงานได้ในช่วงไตรมาส 4/58 โดยธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อในไตรมาส 4/58 อยู่ที่ 10 ล้านบาท และปี 59 ตั้งเป้าปล่อยเพิ่มเป็น 80 ล้านบาทขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 1.25 พันล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.769 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.07 พันล้านบาท หรือมีกำไรต่อสุทธิ 0.66 บาทต่อหุ้น โดยผลการดำเนินงานที่มีกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีรายได้และกำไรจากการขายและบริการเพิ่มขึ้น、ทั้งนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสนับเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบสหรัฐ โดยธนาคารกลางสหรัฐ (FED) เปิดเผยเมื่อคืนนี้ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น 0.6% ในเดือนก.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตได้ฟื้นตัวขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้นเพียง 0.4% โดยการผลิตได้ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ในเดือนก.ค. หลังจากที่ร่วงลง 5 เดือนติดต่อกันจากช่วงต้นปี MILL คาดปีนี้พลิกกำไรก่อนโตกระโดดปี 59 ตั้งเป้า D/E เหลือ 1-1.5 เท่าใน 3 ปีขณะที่บริษัทย่อยแห่งที่ 2ซึ่งบริษัทถือหุ้นสัดส่วน 69% คือ บริษัทไทย คอนซูเมอร์ ดิสทริบิวชั่น เซ็นเตอร์ (TCDC) ประกอบธุรกิจคลังสินค้าให้เช่าและบริการกับลูกค้ารายใหญ่รายเดียว โดยมีพื้นที่เช่า แบ่งเป็น 2 อาคาร รวมพื้นที่ 108,800 ตารางเมตร ภายใต้สัญญาเช่า 10 ปีจึงเป็นบริษัทที่มีรายได้มั่นคงสูง โดยไตรมาสปี 2ปี 2558 มีกำไรสุทธิ 36.52 ล้านบาท มีการเติบโตจากไตรมาส 2 ปี 2557 ที่มีกำไรสุทธิเพียง 3.58 ล้านบาท,บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย)แนะ ซื้อ หุ้น IFEC เพิ่มประมาณจากโครงการที่ IFEC ได้มาอย่างเหนือความคาดหมาย เช่น โครงการลม อ.ปากพนัง เฟส 2 ขนาด 8.9MW และ โรงไฟฟ้าขยะ จ.สระแก้ว 6MW ส่งผลให้มูลค่าเหมาะสมซึ่งอิงวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ได้รับผลกระทบสุทธิไม่มากนัก 10% คงเหลือ 16.10 บาท/ หุ้น fully diluted ซึ่งยังคงมี Upside 76% จึงมองว่าการกำลังจะก้าวผ่านจุดคุ้มทุน และการ COD โครงการพลังงานลมเอกชนแห่งแรกในภาคใต้ จะเป็นตัวสร้างโมเมนตัมที่ดีใน 2H58 นี้ทั้งนี้ หากบริษัทจะมีการดำเนินการใด ๆ ที่เป็นสาระสำคัญ บริษัทจะปฏิบัติตามกฎระเบียบและแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้นักลงทุนทราบต่อไปสำหรับเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีกระแสข่าวว่าวันพรุ่งนี้นายกรัฐมนตรีจะแจ้งให้คณะรัฐมนตรีรับทราบนั้น ไม่ทราบเรื่อง และยังไม่ได้รับสัญญาณใดๆ ในเรื่องดังกล่าวจากนายกรัฐมนตรีโดยผลการดำเนินงานที่มีกำไรลดลง เนื่องจากอยู่ในระหว่างเปลี่ยนถ่ายงานโครงการ อีกทั้งบางโครงการมีหารหยุดการทำงานเหตุมีความขัดแย้งระหว่างคู่สัญญา,โดยผลการดำเนินงานงวด 3 เดือนที่พลิกมีกำไร เนื่องจากยอดขายที่ปรับตัวสูงขึ้นของธุรกิจน้ำแร่และธุรกิจสารสกัดจากพืช อีกทั้งบริษัทยังได้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นหุ้นกลุ่มประกันปรับตัวขึ้นหลังจากที่มีรายงานในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า บริษัทประกันรายใหญ่จะปรับขึ้นค่าเบี้ยประกันเพลิงไหม้และน้ำท่วมตั้งแต่เดือนต.ค.นี้เป็นต้นไป โดยหุ้นเอ็มเอส แอนด์ เอดี อินชัวรันซ์ กรุ๊ป โฮลดิงส์ พุ่งขึ้น 3.1%?พร้อมชี้แจงว่าไตรมาส 2/58 กำไรเพิ่มขึ้น 176.44 ล้านบาท คิดเป็น 754.65% โดยบริษัทฯมีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 153.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีผลขาดทุน 23.38 ล้านบาท และบริษัทมีกำไรขั้นต้นเท่ากับ 330.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 310.79 ล้านบาทแนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้า เชื่อว่าตลาดมีลุ้นรีบาวด์ในกรอบจำกัดได้ก่อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับตัวเลข GDP ไทยไตรมาส 2/58 ที่จะประกาศออกมาในวันจันทร์ด้วย หากหดตัวอาจทำให้ดัชนีหลุดแนว 1,400 จุด แต่หาก inline กับที่ตลาดคาดก็คงไม่มีนัย อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีแรงหนุนจากกระแสปรับ ครม.อาจทำให้ตลาดฟื้นได้ พร้อมให้แนวรับ 1,370-1,380 จุด ส่วนแนวต้าน 1,428 จุด WHA กางแขนกอดกำไรหลังเข้าซื้อ HEMRAJ ดันงบฯ Q2 พุ่งพรวด 700% APCO ปิด 1.72 +0.07 +4.24% 12 บจ.โดนใบสั่งตลท.แขวนป้าย SP เหตุไม่ส่งงบฯการเงินตามกำหนด หุ้นแนะนำภาคบ่าย: KTB (ราคาปัจจุบันซื้อขายที่เพียงมูลค่าทางบัญชี มีโอกาสได้ประโยชน์ในฐานะกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล, เป้าทางกลยุทธ์ 19.50 ตัดขาดทุน 16.90), ROBINS (รายได้ค่าเช่าช่วยค้ำยันงบ ขณะรอการบริโภคฟื้นตัว, เป้าทางกลยุทธ์ 42.00-44.00 ตัดขาดทุน 40.00) และ SAMART (ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 คาคาด และยืนยันการผ่านจุดต่ำสุดของผลประกอบการไปแล้วในไตรมาสแรก, เป้าทางกลยุทธ์ 23.00 ตัดขาดทุน 20.70)สำหรับหุ้นที่ขึ้นแรงประจำวันนี้ (17 ส.ค.) ได้แก่บา ค่า ร่า 16881️⃣M98,กลยุทธ์การลงทุน Investment Tactic :ขณะที่ ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 317.45 ล้านบาท หรือ 0.46 บาทต่อหุ้น ลดลง 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 375.44 ล้านบาท หรือ 0.55 บาทต่อหุ้นบริษัทบริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จำกัด(มหาชน)หรือ GENCOและรวมของบริษัทย่อยแจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.58 พลิกขาดทุนสุทธิ 6.90 ล้านบาท หรือขาดทุนต่อหุ้น 0.007บาท ลดลง245.59% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4.74 ล้านบาท หรือมีกำไรต่อหุ้น 0.005 บาท อย่าลืม! 5 หลักทรัพย์ใช้เกณฑ์ Cash balance เริ่มวันนี้BDMS ราคาปิด 19.80 PTT ไม่หรู!ไตรมาส 2/58 กำไรลดลงอยู่ที่ 2.37 หมื่นลบ.。

Anger might be understandable. But that still doesn’t mean it makes for good diplomacy.

This morning’s session at the Valdai conference was titled: ‘The role of global and regional actors: separately or together?’ There were three speakers to start off with, all of whom were relatively downbeat about the current state of the Middle East peace process. The first speaker complained that the co-ordination among the Middle East Quartet was inefficient, and she singled out the United States for particular criticism, suggesting that a number of factors, including last month’s mid-term drubbing for the Democrats, had weakened Obama’s position vis-à-vis the peace process.

As a result of what she described as the US failure to deliver on its optimistic forecasts of a deal within 12 months and then 24 months, she called for a more active role by both the European Union and Russia, and indicated she was also at least open to efforts to try to enlarge the number of stakeholders by finding moderate, impartial actors to assist with mediation (a possibility I mentioned yesterday for China and India).

Rightly, in my view, she suggested that it was also important to draw in other issues – not just the often talked about questions of security, but also issues like ensuring adequate water supplies in the region. There’s surely a good case to be made that finding common challenges on which to focus could encourage co-operation and foster that conspicuously missing ingredient – trust.

She also raised the question of Iran (a subject that has generally been shunted to the sidelines of the conference), arguing that despite Iran’s apparent desire to play a greater role in the Islamic world, it’s not clear whether it will actually act in the interests of the Palestinians. Indeed, she suggested that Iran’s position that Mahmoud Abbas doesn’t have legitimacy is more damaging than its supplying arms to Hizbollah and Hamas.

The second speaker launched a scathing attack on the role of the United States, arguing that it simply doesn’t have the capabilities for dealing with the peace process. He went on to criticize the ‘incompetent’ Israel government, arguing that the problem with the peace efforts hasn’t been confined to the extremists. He said the Israeli government had consistently followed the illogical position of defending the settlements and concluded the peace process was, in his view, dead.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

It was an outspoken speech, and in a way epitomized one of the problems the Palestinian ‘side’ seems to have in such meetings. It was an angry performance, and not the only one today. A couple of regular attendees of such conferences I’ve spoken with said it’s actually typical of these kind of meetings on the issue – day one is relatively restrained, but the tensions bubbling under the surface tend to boil over on the second day.

I’m not saying, of course, that the Palestinians don’t have good reason to be angry – they certainly do. But a couple of the speeches were delivered as if they were launching a tirade at the United Nations General Assemby. The problem is that if the delivery doesn’t fit the venue, you risk losing a little sympathy from the start. Yes, there have been wrongs committed toward the Palestinians (and toward Israeli civilians as well). But simply angrily recounting a list of grievances with the most sweeping of rhetoric might feel therapeutic, but it doesn’t really advance the discussion in any constructive way. Both sides can take the moral high ground and lecture anyone who will listen about the wrongs they’ve suffered. But they can also take the morally higher ground and try to move forward.

Yes, this is all easier said than done. And of course, neutral observers and mediators should be able to set aside body language and tone and respond based only on the merits of an argument. We should all be able to look at the bigger picture, at the issues. But we’re all also human and have human responses. A suggestion for some speakers to bear in mind, and something that should really be Diplomacy 101, is that you need to at least appear like you’re willing to concede something. A speaker who gives no ground and admits no wrong, no matter how justified in doing so, simply sounds unreasonable.

If you want to keep an audience onside, you’ve got to throw them a bone, admit the other side at least has a point, indicate you understand the pressure they’re under and why they might be acting as they do. This gets harder to do the longer a process drags on – and by god this one is protracted and poisonous. And as I said, tactical rhetorical considerations like this shouldn’t matter. But again, we’re all human and so they do.