The Pulse | Society | South Asia

slotxo โอน วอ เลทสล็อต ยืนยัน otp รับ เครดิต ฟรี ล่าสุด 1️⃣2021: Rampaging COVID-19 Cases Expose Flaws in Kerala’s Healthcare Model

ดู บอล ออนไลน์ ฟุตบอล, SET ปิดเช้าบวก 1.51 จุด PTT ซื้อ-ขายสูงสุด 832.01 ลบ.SCB (TP181) : Support 151.5/150 Resistant 156/160ทั้งนี้ ราคาหุ้นที่มีการปรับตัวขึ้นแรงคาดว่ามาจากประเด็นที่มีข่าวลือว่ากลุ่มทุนเขาใหญ่แอบเข้าไปถือหุ้น BTC โดยคาดว่ามีการเจรจากันก่อนแล้ว คาดว่าจะเข้า takeover เพราะต้องการขยายกิจการท่าเรือของบริษัท เอาไปทำธุรกิจขนส่งทางน้ำโดยนายอัสเซลบอร์นกล่าวว่า หากเยอรมนีสนับสนุนให้กรีซออกจากยูโรโซน จะก่อให้เกิดความขัดแย้งอย่างหนักกับฝรั่งเศส และเป็นหายนะสำหรับยุโรป 、SCB28C1510A +11.8% (SCB +2.0%)ขณะที่กันกุล แอนด์ ยูซีไอ เพาเวอร์ จะเป็นผู้สนับสนุนโครงการ ซึ่งจะเป็นผู้ลงทุน ออกแบบทางวิศวกรรม และดำเนินการก่อสร้างโครงการ โดย กันกุล แอนด์ ยูซีไอ เพาเวอร์ จะเป็นผู้รับผลประโยชน์จากการขายไฟฟ้าให้แก่ กฟภ. และจะให้ผลตอบแทนกับกองทัพบกในรูปสวัสดิการเชิงธุรกิจโดยปัจจุบันมีการจัดทำและเผยแพร่ข้อมูลเพื่อใช้ติดตามดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ผิดไปจากสภาพปกติทั้ง turnover List ของ ก.ล.ต. และมาตรการ cash balance ของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ใช้เพื่อประโยชน์ในเรื่องเดียวกันอยู่ใน 2 หน่วยงาน ดังนั้น จึงเห็นร่วมกันว่าการมีข้อมูลในเรื่องนี้เพียงที่เดียวจะอำนวยความสะดวกแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายแนวรับ 1.52-1.55 บาท ฮั่งเส็งปิดเช้าพุ่ง 517.49 จุด รับตลาดหุ้นจีนดีดตัวแนวโน้มทางเทคนิคบอกว่าราคาหุ้นวิ่งผ่านต้านสำคัญที่ 4 บาทไปแล้ว และกำลังจะวิ่งไปปิด gap ถึง 5 บาท โดย MACD ไต่ระดับขาขึ้นแบบ up trend ชัดเจน แบบนี้วิ่งยาว แนะนำซื้อและถือต่อ, หุ้นแนะนำภาคบ่าย: BCP (คาดกำไรไตรมาส 2 แข็งแกร่ง และมีประเด็นขยายธุรกิจผ่านการ IPO บริษัทลูก, เป้าหมายทางกลยุทธ์ 37 ตัดขาดทุน 34), TTA (ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปแล้ว ขณะที่คาดกำไรไตรมาส 2 พลิกกลับเป็นบวก และได้แรงส่งจาก cycle ค่าระวางที่เป็นขาขึ้นช่วง มิ.ย.-ส.ค., เป้าหมายทางกลยุทธ์ 14.00-15.00 ตัดขาดทุน 12.50), CPN (กำไรเป็นขาขึ้นและใกล้เปิด Central West Gate 28 ส.ค., เป้าทางกลยุทธ์ 52.00-55.00 ตัดขาดทุน 46.50) เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยหลังดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลหลัก แต่น่าจะเป็นการอ่อนค่าชั่วคราวเพราะยังต่างชาติยังมีแรงเทขายหุ้นอยู่ นักบริหารเงิน กล่าวสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค.ร่วงลง 4.3 ดอลลาร์ หรือ 0.37% ปิดวานนี้ (9 ก.ค.) ที่ 1,159.20 ดอลลาร์/ออนซ์,สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 19.8 เซนต์ ปิดที่ 15.361 ดอลลาร์/ออนซ์,สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค.ร่วงลง 13.4 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,022.40 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย.ร่วงลง 15.50 ดอลลาร์ ปิดที่ 638.00 ดอลลาร์/ออนซ์SF Trading แนวรับ 5.60 แนวต้าน 6.00-6.10 ตัดขาดทุน 5.45ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลสรุปการซื้อขายหุ้นประจำสัปดาห์ผ่านไทย เอ็นวีดีอาร์ ระหว่างวันที่ 6 10 ก.ค. 58 ซึ่งเป็นดัชนีหนึ่งที่สะท้อนการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ พบว่าหุ้นที่มีการซื้อสุทธิมากที่สุด 20 อันดับแรก หากพิจารณาจากจำนวนหุ้นที่ซื้อสุทธิ ได้แก่ อัพเดท! สถานการณ์ล่าสุดกรีซยื่นแผนปฏิรูปการคลังต่อเจ้าหนี้แล้ว บางกอกแร้นช์ พร้อมลงสนาม 15 ก.ค.นี้ มั่นใจขึ้นแท่นเจ้าตลาดเป็ดเบอร์ 1S50U15/956.40 Long ตอนเช้ายังไม่ได้ รอเปิดอีกครั้งที่ 953 จุด เป้าหมายทำกำไร 960 จุด ตัดขาดทุนหากหลุด 951 จุด。

สำหรับแผนเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทที่จะเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 29 ก.ค.58 ซึ่งแบ่งเป็นการเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม (RO) จำนวน 5,541,481,928 หุ้น อัตราส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 2 หุ้นใหม่ ราคาเสนอขาย 0.20 บาท/หุ้น และเสนอขายหุ้นให้บุคคลในวงจำกัด (PP) อีก 2,000 ล้านหุ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนเพื่อการปรับปรุงและขยายกิจการคำแนะนำของ ASLซื้อระยะสั้นหรือซื้อเก็งกำไร เน้นยืน 340 / 335 เป็นแนวรับหลักนางเกษรา กล่าวด้วยว่า สำหรับยอดปฏิเสธสินเชื่อของบริษัทปัจจุบันอยู่ระดับ 8-10% ใกล้กับปีก่อน หลังจากที่บริษัทได้มีการคัดเลือกลูกค้ามากขึ้นเพื่อนำเสนอขอสินเชื่อต่อสถาบันการเงินทั้งนี้ กลุ่มวิไลลักษณ์นั้นเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ใน SAMART โดยข้อมูลล่าสุดจากตลท.ดังนี้,กลุ่มเจ้าหนี้ยุโรปจะหารือกันเกี่ยวกับความมุ่งมั่นในการใช้นโยบายที่กรีซได้ยื่นเสนอครั้งใหม่นี้ เพื่อประเมินว่ากรีซจะสามารถควบคุมยอดเกินดุลงบประมาณให้อยู่ในอัตราส่วน 1% ต่อจีดีพีในปี 2558, 2% ต่อจีดีพีในปี 2559, 3% ต่อจีดีพีในปี 2560 และ 3.5% ต่อจีดีพีในปี 2561 ได้หรือไม่、update (12 ก.ค.): นายโดนัลด์ ทัสค์ ประธานสภายุโรป ยกเลิกการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรป (EU) ที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันนี้ และจะเริ่มการประชุมสุดยอดของผู้นำประเทศสมาชิกยูโรโซนทั้ง 19 ประเทศแทน เพื่อหารือประเด็นหนี้กรีซ โดยการประชุมจะเริ่มในเวลา 21.00 น. ตามเวลาไทย การประชุมยูโรโซนในช่วงสุดสัปดาห์นี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามครั้งสุดท้ายสำหรับกรีซที่จะหลีกเลี่ยงภาวะล้มละลาย และการหลุดพ้นจากการเป็นสมาชิกของยูโรโซน17.00 17.70สำหรับแผนดำเนินงานในครึ่งปีหลัง บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเข้าซื้อกิจการในประเทศแถบตะวันตกเพิ่มอีก 2 บริษัท คาดว่าจะสรุปความชัดเจนได้ภายในปีนี้ โดยแห่งแรกเป็นธุรกิจที่เป็นลักษณะเดียวกันกับ IVL ส่วนอีกหนึ่งแห่งจะเป็นธุรกิจที่เข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะส่งผลดีในแง่ของกำไรได้ในอนาคตระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 20-21 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อนส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 19.80 บาท,โดยลักษณะงานก่อสร้างประกอบด้วย ก่อสร้างอาคารสูง 7 ชั้น (รวมชั้นดาดฟ้า) มีชั้นใต้ดิน 1 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พื้นที่อาคารรวม 9 ,867 ตร.ม. เป็นอาคารสำนักงาน และโรงเก็บสินค้า ประกอบด้วยงานโครงสร้าง ,สถาปัตยกรรม , งานวิศวกรรมระบบ และงานสาธารณูปโภคภายนอก ระยะเวลาก่อสร้าง 10 เดือนดังนั้น ก.ล.ต. จึงจะยกเลิกการคำนวณและเปิดเผย Turnover List ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. โดยจะคำนวณข้อมูลครั้งสุดท้ายในวันที่ 10 กรกฎาคม 2558อย่างไรก็ดี แม้ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแล้ว 46% จากราคา IPO ทำให้ราคาหุ้น ณ ปัจจุบันซื้อขายที่ PER15 อยู่ที่ระดับ 36.5 เท่า อย่างไรก็ตามประเมินว่าการแข่งขันที่สูงในอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอล ยังเอื้อต่อผู้ผลิตคอนเทนต์ ผลประกอบการของ TVT มีทิศทางเชิงบวกและเติบโตได้เด่นกว่ากลุ่ม ?ขณะเดียวกันราคาหุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANCราคาอยู่ที่ 243บาท ลบ 2 บาท หรือ 0.82% สูงสุดที่ 246 บาท ต่ำสุดที่ 242 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 217.93 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมบวก 0.57%สัญญาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นหลังจากตลาดหุ้นจีนพลิกกลับมาปิดบวกอย่างแข็งแกร่งกว่า 200 จุดเมื่อวานนี้ ซึ่งช่วยหนุนตลาดหุ้นทั่วโลกปรับฐานขึ้นถ้วนหน้า และยังช่วยให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจมากขึ้นด้วย โดยเมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นจีนได้รับแรงหนุนหลังจากทางการจีนใช้มาตรกาต่างๆเพื่อสกัดการร่วงลงของตลาด รวมถึงการที่สถาบันสินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ของจีน (CSF) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่ให้บริการสินเชื่อสำหรับนักลงทุนที่ต้องการซื้อหุ้นด้วยมาร์จิ้น จะจัดหาสภาพคล่องให้กับผู้ที่ต้องการซื้อกองทุนสาธารณะขณะเดียวกันราคาหุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANCราคาอยู่ที่ 243บาท ลบ 2 บาท หรือ 0.82% สูงสุดที่ 246 บาท ต่ำสุดที่ 242 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 217.93 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมบวก 0.57% AAV เดินหน้าเปิด 4 จุดบินใหม่ในจีน ตั้งเป้าจำนวนผู้โดยสารปีนี้ที่ 14.5 ล้านคน แนะนำซื้อ UMI โดยมีแนวรับที่ 6.40 และ 6.20 และมีแนวต้านที่ 7.00 และ 7.80 เป็นจุดขายทำกำไรแนวรับ 960*/957 แนวต้าน 968-970*แนวโน้มทางเทคนิคบอกว่าราคาหุ้นวิ่งผ่านต้านสำคัญที่ 4 บาทไปแล้ว และกำลังจะวิ่งไปปิด gap ถึง 5 บาท โดย MACD ไต่ระดับขาขึ้นแบบ up trend ชัดเจน แบบนี้วิ่งยาว แนะนำซื้อและถือต่อ ,รวมถึง บริษัท ชุมพร ไบโอฟลูเอล จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวล โดยใช้ต้นปาล์ม และผลพลอยได้จากต้นปาล์มเป็นวัตถุดิบ ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดกาที่ตั้งใหม่ที่เหมาะสมมองช่วงบ่ายน่าจะมีแรงซื้อไล่กลับ เก็งสถานการณ์กรีซวันอาทิตย์นี้ โดย SET มีโอกาสไปยืนเหนือ 1,484 จุด อย่างไรก็ตามพื้นที่ขึ้นยังมีจำกัดจากแรงกดดันของการปรับลดกำไรตลาด กลยุทธ์จึงควรเน้นเลือกหุ้นปลอดภัยโดยเฉพาะปันผลสูงและมี Story รองรับ ADVANC, INTUCH, BTS。

While cases across India have declined after a devastating surge in April and May, the situation in Kerala remains serious.

Rampaging COVID-19 Cases Expose Flaws in Kerala’s Healthcare Model

People wearing masks wait to get vaccinated for COVID-19 outside a school in Kochi, Kerala state, India, Wednesday, September 1, 2021.

Credit: AP Photo/R S Iyer

With Kerala struggling to cope with a huge COVID-19 caseload and high test positivity rates (TPR), the once globally-acclaimed “Kerala model” for handling public health emergencies has come under scrutiny.

It was in Kerala in January 30, 2020 that India’s first case of COVID-19 was detected. By early May that year, it did seem that the outbreak had been contained when daily new infections in the southern Indian state fell to less than five. This was reportedly made possible by Kerala’s strategy of aggressive testing, tracing contacts of the infected, and isolating the infected and their contacts. The strategy of the Kerala government was hailed as the “Kerala model.”

Proponents of the “Kerala model” say its rudiments lie in the state’s Left Front government’s perspective of healthcare, which involves the allocation of huge resources to develop public health infrastructure, the devolution of power and funds to local bodies, and the use of community participation in overcoming the crisis. The proponents of “Kerala model” also give credit to health department officials who assiduously implemented the government strategy.

However, a year and four months later, the situation has changed through and through. Now Kerala is facing a perfect storm on the healthcare front. Almost 70 percent of the total COVID-19 positive cases reported in India by the end of August 2021 were from Kerala.

Besides, an equally dangerous contagion, Nipah, which haunted the state in 2018, has resurfaced at the northern Kerala city of Kozhikode, where it was also detected earlier. Despite claims of huge investment in infrastructure, the state doesn’t have a single laboratory boasting biosafety level 3 (BSL-3), which can test for Nipah virus infections.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Delayed second wave?

The alarming situation has raised questions about the efficacy of the “Kerala model.”

To pre-empt “unwarranted” questions, the Left Front government has already come up with a few explanations. Its spin doctors say that unlike in other states where the second wave began and ended early, in Kerala the second wave’s outbreak was delayed and is continuing.

Chief Minister Pinarayi Vijayan has raised another point. At a recent press conference, he cited a July 2021 sero-survey by the Indian Council of Medical Research, which revealed that while 68 percent of the Indian population has COVID-19 antibodies, only around 42 percent of people in Kerala have them. This means that community spread of COVID-19 didn’t happen in Kerala to the extent it did in other states because of the strict lockdown and implementation of social distancing and other COVID-19 protocols.

Vijayan also raised the usual defense of the Left government that pandemic surveillance is better in Kerala than in other states where it floundered, leading to a high number of cases.

However, a section of epidemiologists dismiss such arguments as baseless. Dr S. S. Lal, an internationally known public health expert and President of the Kerala unit of the All-India Professionals’ Congress wonders if there is any yardstick to clearly demarcate the present surge of COVID-19 cases in Kerala as a second wave. He notes that the number of COVID-19 tests conducted by the state was low earlier and so the number of confirmed cases was low. The tests have increased since May 2021. Subsequently, there has been a spike in the number of cases confirmed as COVID-19 positive, he adds.

It is also pointed out that while almost 70 percent of the COVID-19 tests conducted in Kerala are antigen tests, which are considered less credible, the majority of tests conducted by other Indian states are Real-Time Reverse Transcription Polymerase Chain Reaction (RT-PCR) tests considered much more reliable.

On the COVID-19 deaths in Kerala, Lal points out that the data has been fudged and there has been under-reporting. An expert panel appointed by the Kerala government in August 2020 had also found that the state was under-counting deaths and the real COVID-19 deaths could be up by at least 50 percent.

Steady and gradual rise in caseload

The spread of the COVID-19 pandemic in Kerala, which began after three students returning from Wuhan in China were found infected on January 30, was steady and gradual. It did not show distinct phases. The number of daily confirmed cases in February, March, and April 2020 was usually less than 10, and on some days between 10 and 20.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

In early May, the number of daily cases dropped to around two. The Kerala government and its supporters went overboard, declaring the first wave to be over and claiming to have flattened the curve. That is the story of the presumed first wave of COVID-19 in Kerala.

However, the euphoria was short-lived.

On May 20, Kerala reported 24 COVID-19 positive cases and since then the number of cases has risen steadily. By July, the daily caseload ran into hundreds. Though the total number of confirmed cases was still not alarming, the recovery rate was less than the national average recovery rate of 50 percent. COVID-19 tests in the state were conspicuously low during the period. When Kerala conducted less than 20,000 tests daily, the other southern states of Andhra Pradesh, Tamil Nadu, and Karnataka were carrying out 45,000, 55,000, and 30,000 tests, respectively. The test positivity rates in Kerala were less than the national average of over 10 till August 2020. In September, while the national average TPR came down, Kerala’s TPR shot up and has remained high ever since.

Impact of elections

In December 2020, elections to local bodies were held in Kerala. It was an inflection point. Thousands of candidates and hundreds of thousands of political workers crisscrossed the state as part of the campaign, paying scant regard to COVID-19 protocols. Subsequently, the daily caseload went through the roof. The situation got out of control in the months that followed. Then came the elections to the Kerala State Assembly in April of this year. Once against COVID-19 protocols were ignored, pushing the state into a catastrophe from which it is yet to recover.

Currently, while India as a whole has recovered more or less from the COVID-19 catastrophe, the number of daily infections reported from Kerala remains high. Nobody speaks much about the once-vaunted “Kerala model.”

An honest review of the model reveals that the widely publicized advantages of the strategy were based on wishful thinking, and that the goals of the government’s COVID-19 containment strategy have never been sincerely implemented. Testing was low, the number of infected rose slowly over a period of more than a year, protocols were not implemented seriously and sincerely, and healthcare infrastructure was poor and crumbled under pressure.

Shortages of ICU beds, ambulances, and proper care were reported from across the state during October and November 2020. The Kerala unit of the Indian Medical Association issued a press release on lack of basic infrastructure in the healthcare sector on October 5. However, things improved on that front thereafter, following corrective steps by the authorities.

Kerala’s staggering COVID-19 caseload is the result of policy failure. Though the Left always emphasizes the uniqueness of Kerala, its COVID-19 mitigation policy has not taken into account the state’s actual uniqueness, like its huge population density, the nature of social life, and the very high mobility of its people. Implementation of social distancing norms at marriage ceremonies, examinations, and in public transport was also poor.

However, there is light at the end of the tunnel. Around 75 percent of the state’s population that is eligible for the COVID-19 vaccine has now received at least one dose. According to the Kerala government, the COVID-19 fatality rate in Kerala is a low 0.51 against the Indian average of 1.34. However, not everyone accepts this figure.