Oceania | Diplomacy | Oceania

ฝาก 200 รับ 400 ถอน ไม่ อั้น1️⃣LOOK618: How 9/11 Changed New Zealand’s Foreign Policy

สล็อตthai,ขณะที่ ใช้การหลุด 32 เป็น stop loss,ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากบริษัทเบเกอร์ ฮิวห์ส ซึ่งเป็นผู้ให้บริการข้อมูลน้ำมันเปิดเผยว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันที่เปิดใช้งานในสหรัฐยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกันในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ อุปทานที่สูงเกินไปและการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2546 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์คาดว่าบริษัทผู้ผลิตน้ำมันจากหินน้ำมันของสหรัฐจะปรับลดค่าใช้จ่ายลงหลังจากราคาน้ำมันดิบร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 12 ปีโดยในปีนี้อาจจะพบปัญหาอยู่บ้าง ซึ่งไม่ใช่เรื่องของปริมาณน้ำดิบที่ไม่เพียงพอ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องคุณภาพน้ำที่จะนำมาใช้ในกระบวนการผลิตมีคุณภาพด้อยลง เนื่องจากน้ำต้นทางที่มาจากการเกษตรกรรมมีสารเคมีปนเปื้อนค่อนข้างมาก รวมถึงเกิดปัญหาน้ำค้างทุ่ง ไม่เกิดการไหลเวียนทำให้เกิดปัญหาน้ำขุ่นเหลือง และด้อยคุณภาพตามมา แต่ในกระบวนการผลิตของบริษัทฯ สามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับอัตราการใช้สารเคมีในปริมาณที่เพียงพอและเหมาะสม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท เอเชีย คอร์ปอเรท ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ACDณ เวลา 11.18น. ราคาอยู่ที่ 1.53 บาท บวก 0.07 บาท หรือ 4.79% สูงสุดที่ 1.57 บาท ต่ำสุดที่ 1.42 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 35.35 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมบวก 0.23%คำค้นสรุปหุ้น บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320 ฟิทช์มอง BOJ ใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบไม่กระทบเศรษฐกิจมหภาค ราคาน้ำมัน WTI ดิ่ง หลังการเจรจาของรัสเซีย-โอเปกลดผลิตน้ำมันส่อเค้าล้มเหลว,นักบริหารเงิน เปิดเผยว่า เงินบาทเย็นนี้ที่ระดับ 35.70 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 35.81/83 บาท/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินในภูมิภาค หลังรู้ผลประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือPTTEP และบริษัทย่อย รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 58 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.58 มีผลขาดทุนสุทธิ 3.16 หมื่นล้านบาท หรือ 8.24 บาทต่อหุ้น จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2.15 หมื่นล้านบาท หรือ 5.19 บาทต่อหุ้นทั้งนี้หลังจากกลุ่มนักลงทุนจีนได้รับทราบถึงนโยบายในการกระตุ้นการลงทุนของรัฐบาลไทย และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่จะได้รับเพิ่มจากการลงทุนปี 59 แล้ว ต่างแสดงความสนใจเข้ามาศึกษาโอกาสในการขยายการลงทุนเพิ่มในไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย การลงทุนพัฒนานิคมอุตสาหกรรม ตลอดจนการเข้ามาจัดตั้งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศในไทย เนื่องจากมีความสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนของ CIC ที่ต้องการแสวงหาการลงทุนในทรัพย์สินคุณภาพที่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาว และมีความมั่นคง ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจเป็นผู้ประสานงานโดยตรงกับ CIC ต่อไป。 กระทรวงทรัพยากรมนุษย์ของสิงคโปร์ เปิดเผยอัตราว่างงานโดยรวมเดือนธ.ค.ที่ 1.9% จาก 2.0% ในก.ย.2558ทั้งนี้ การเพิ่มบริการใหม่ๆหน้าตู้เติมเงินถือเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทนอกเหนือจากรายได้การเติมเงินมือถือที่เป็นรายได้หลักกว่า 95% เช่น การบริการโอนเงินที่เน้นให้ความสะดวกแก่กลุ่มลูกค้าที่ต้องการโอนเงินจำนวนไม่มาก จากจุดเด่นของตู้บุญเติมที่สามารถเข้าถึงได้ทุกชุมชน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนเจรจากับธนาคารพาณิชย์ต่างๆสำหรับหุ้นที่ขึ้นแรงประจำวันนี้ (28 ม.ค.) ได้แก่กรณี A) JAS และ TRUE สามารถชำระค่าใบอนุญาตได้ ซึ่งเป็น Scenario เดิมที่เราได้คิดไว้ในรายงานกลุ่มสื่อสาร เมื่อวันที่ 13 ม.ค. โดยมองการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานในระยะถัดไปSIRI มีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 1.61 บาท และมีเป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่ 1.71 บาท (จุด Stop Loss อยู่ที่ 1.44 บาท),โดยมีเป้าหมายลูกค้า 5 หมื่นรายในปีหน้า จากการเข้าไปร่วมงานกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ นอกจากจะขายของได้แล้ว ยังได้ค่าสมาชิกรายเดือนจากการสมัครใช้โปรแกรมอินเตอร์เนตต่างๆ ด้วย นอกจากนี้การก้าวหน้าของระบบจะทำให้มี content เกิดขึ้นมากมายในชีวิตดิจิตอลอนาคต ถือว่า PCA น่าจับตาอย่างมาก และในแง่ผลประกอบการถือว่าเติบโตในระดับที่ดีสำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 58 อยู่ที่ -0.9% ลดลงจากปีก่อนหน้าตามราคาน้ำมันและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่ลดลงมากนอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความคืบหน้าของการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) ซึ่งไทยแจ้งว่า อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบของเข้าร่วมความตกลงดังกล่าว โดยไทยขอให้ JETRO ให้การสนับสนุนด้านข้อมูลต่าง ๆ ของญี่ปุ่นเกี่ยวกับความตกลง TPP ด้วย สำหรับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) นั้น คาดว่าจะสามารถสรุปผลการเจรจาได้ภายในปี 59 ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย JMART ตั้งงบลงทุน 100 ลบ.รองรับการเข้าซื้อกิจการใหม่สำหรับแผนการขยายกิจการปีนี้ บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ 300 ล้านบาท แบ่งเป็น 80 ล้านบาท ใช้ซื้อรถบรรทุกหัวลาก-หางพ่วง 10 ล้านบาท ใช้ขยายลานจอดรถบรรทุกหัวลาก-หางพ่วง รวมทั้งลานวางตู้คอนเทนเนอร์ 10 ล้านบาท ใช้ลงทุนระบบไอที ส่วนที่เหลืออีก 200 ล้านบาท ใช้ลงทุนคลังสินค้า โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาทั้งการเข้าซื้อ และการสร้างเอง ซึ่งจะมีความชัดเจนในช่วงไตรมาส 2/59 โดยขนาดของคลังสินค้าที่มีความเหมาะสมต้องไม่นอยกว่า 13,000 ตารางเมตรสรุปหุ้น10อันดับแรกที่ดันดัชนีวันนี้ (29ม.ค.)。

ADVANC ปิดที่ 169.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.50 บาทนอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความคืบหน้าของการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) ซึ่งไทยแจ้งว่า อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบของเข้าร่วมความตกลงดังกล่าว โดยไทยขอให้ JETRO ให้การสนับสนุนด้านข้อมูลต่าง ๆ ของญี่ปุ่นเกี่ยวกับความตกลง TPP ด้วย สำหรับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) นั้น คาดว่าจะสามารถสรุปผลการเจรจาได้ภายในปี 59 ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย,สำหรับรัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ของจีนที่มีการหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกอบด้วย China National Building Material Group (CNBM) เป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของจีนรับผิดชอบโครงการก่อสร้างของรัฐ มีกำลังการผลิต และยอดขายวัสดุก่อสร้างอันดับ 1 ของโลก China Minmetals Corporation เป็นบริษัทเหล็กอันดับ 4 ของโลก และ Power China Group ดำเนินธุรกิจก่อสร้างโรงไฟฟ้า ทั้งโรงไฟฟ้าพลังน้ำ พลังงานความร้อน และพลังงานทางเลือกต่างๆ อีกด้วยโดยราคาหุ้น EFORL ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 0.59 บาท ในวันที่ 28 ม.ค.57 , สศค.คาด GDP ปี 59 ฟื้นตัวในช่วง 3.2-4.2% จาก 2.8% ในปี 58 หุ้นยุโรปปิดบวกรับ BOJ ใช้นโยบายกระตุ้นศก.MCS ซื้อ ราคาหุ้นแกว่งยกฐานสูงขึ้น พร้อมปริมาณการซื้อขายเริ่มสูงขึ้น พร้อมสัญญาณ Golden Cross จากเส้นค่าเฉลี่ย 7-14-21 วันสนับสนุนแนวโน้ม เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไรมีแนวต้านแรกที่ 11.50 บาท ผ่านได้มีแนวต้านถัดไปตามกรอบที่ 12.00 บาท,มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 53,581.75 ล้านบาท,กรณี B) JAS ไม่สามารถชำระค่าใบอนุญาต 900MHz (เพราะไม่สามารถ Bank Guarantee ได้) มีโอกาสสูงที่ TRUE อาจไม่ชำระค่าใบอนุญาตด้วยเช่นกัน (แม้คาดว่า TRUE น่าจะสามารถหา Bank Guarantee ได้ก็ตาม) ซึ่งในกรณีนี้ JAS และ TRUE ต้องจ่ายค่าปรับ 645 ล้านบาท และอาจมีการฟ้องร้องตามมาอีกในอนาคต ขณะที่การประมูลคลื่น 900 ใหม่จะเกิดขึ้น ในกรณีต่างๆ กันดังนี้ PTTEP ใจป๋า! เตรียมจ่ายปันผล 2 บ./หุ้น แม้ขาดทุนอ่วมขณะที่ล่าสุดสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ปรับตัวลงในวันนี้จากความไม่มั่นใจที่ว่าประเทศผู้ผลิตน้ำมันจะสามารถจับมือกันลดกำลังการผลิตเพื่อแก้ไขภาวะน้ำมันล้นตลาด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKNปิดตลาดภาคเช้าอยู่ที่ 10.20 บาท บวก 0.80 บาท หรือ 8.51% สูงสุดที่ 10.40 บาท ต่ำสุดที่ 9.50 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 705.65 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมบวก 0.37% QH เปิดตัว เดอะทรัสต์ ราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศร์ ยอดขาย 2 วันพุ่ง 100 ลบ.แนวรับ : 2.96 +/- SIAM เหินฟ้ารับข่าวลงทุนโรงไฟฟ้าญี่ปุ่น-ราคาหุ้นต่ำบุ๊คนอกจากนี้ บริษัทฯ จะพัฒนารถให้บริการจำหน่ายอาหารเคลื่อนที่ เพื่อรุกเข้าถึงลูกค้าที่เป็นผู้อยู่อาศัยในแหล่งชุมชนต่าง ๆ โดยในช่วงแรกจะเน้นการจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อนขยายออกสู่ต่างจังหวัดต่อไปในอนาคต、ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 4,790.16 ล้านบาท ปิดที่ 169.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.50 บาทนอกจากนี้ BOJ ยังได้เลื่อนช่วงเวลาในการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ออกไปอีกความเคลื่อนไหวของ BOJ อยู่เหนือการคาดหมายของนักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีท ซึ่งส่วนใหญ่คาดว่า BOJ จะใช้มาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติมและไม่คาดว่าจะใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ โดย BOJ ระบุว่าจะเริ่มใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. เป็นต้นไป เนื่องจากการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันส่งผลให้ธนาคารไม่สามารถบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ได้ ในขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ใช้นยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบไปก่อนหน้านี้แล้ว SIAM เหินฟ้ารับข่าวลงทุนโรงไฟฟ้าญี่ปุ่น-ราคาหุ้นต่ำบุ๊ค รมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังนายมายาสุ โฮซูมิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) เข้าพบว่า ได้หารือร่วมกับประธาน JETRO เกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจปี 59 ซึ่งคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และจะส่งผลให้การส่งออกและการผลิตภาคอุตสาหกรรมมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ อาทิ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า โดยการให้เงินกู้แก่เกษตรกร เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของเกษตรกรระดับรากหญ้า,สำนักงานเศรษฐกิจอุสาหกรรม(สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(MPI) เดือนธ.ค.อยู่ที่ 105.07 ขยายตัว 1.33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอุตสาหกรรมสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ผลิตภัณฑ์พลาสติก ผลิตภัณฑ์จากคอนกรีต เครื่องประดับ น้ำมันประกอบอาหาร รมว.พาณิชย์ เผย JETRO มองทิศทางส่งออก-แนวโน้มศก.ไทยปี 59 มีทิศทางดีขึ้น。

The impact of the tragedy changed the course of U.S. foreign policy. It changed the trajectory of New Zealand’s foreign policy, too.

How 9/11 Changed New Zealand’s Foreign Policy

The flags of Afghanistan and New Zealand fly over Forward Operating Base Bamyan, June 22, 2012.

Credit: Sgt. Ken Scar, 7th Mobile Public Affairs Department

The 20th anniversary of the September 11 attacks on the United States in 2001 is also an opportunity to recall the impact the tragedy – and the response to it – had on New Zealand’s wider foreign policy.

New Zealand immediately supported the U.S. invasion of Afghanistan in pursuit of Osama bin Laden and al-Qaida, with an initial deployment of?Special Air Service (SAS)?combat soldiers. A Provincial Reconstruction Team (PRT) in Bamyan province followed in 2003.

New Zealand clearly and unequivocally responded to George W. Bush’s ultimatum, made in a?speech?to a joint session of Congress on September 20, 2001: ?“Either you are with us or you are with the terrorists.”

Afghanistan was one of New Zealand’s longest-ever military deployments – ending only this year, in tandem with the United States’ own withdrawal from the country. Amid the recent U.S. withdrawal, and the Taliban’s renewed takeover of the country, tough questions are now being?asked?about the futility of the war in Afghanistan.

The level of New Zealand’s commitment was by no means inevitable. Prior to 9/11, New Zealand relations with the United States had been shaky. History loomed over the relationship.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Under Prime Minister David Lange, New Zealand’s fourth Labor government had refused entry to the?USS Buchanan?warship in 1985. The United States had dispatched the ship to New Zealand as a test of the new Labor government’s nuclear-free policy.

U.S. President Ronald Reagan’s Republican administration refused to confirm or deny the ship’s nuclear capability. New Zealand’s subsequent decision to refuse the ship permission to enter unleashed the United States’ fury.

As punishment, New Zealand was effectively kicked out of the ANZUS defense alliance – of which it had been a member since 1951 – and was stripped of its status as a U.S. ally. George Shultz, Reagan’s secretary of state, made clear his?view?of the new U.S. position toward New Zealand: “The time has come to part. We part as friends – but we part.”

There had been some improvement to the NZ-U.S. relationship in the 1990s, helped by the fact that U.S. President Bill Clinton (a Democrat) and New Zealand Prime Ministers Jim Bolger and Jenny Shipley (both from the National Party) did not share the baggage of the 1980s. Bolger?visited?the White House in 1995, while Bill Clinton made a?state visit?to New Zealand in 1999 as part of the APEC summit held that year.

But fast forward to 2001, and the baggage was back.

Party affiliations meant that both Helen Clark’s Labor-led coalition government and George W. Bush’s Republican administration had links with the 1980s. It was also personal: Clark had been a?Labor MP?at the time of the nuclear row and a firm supporter of the nuclear-free policy, while Bush’s father had served as vice president to Ronald Reagan during the 1980s.

Strategic decisions made during Clinton’s last and Clark’s first year in office, in 2000, also did not bode well from the U.S. point of view. Clark vetoed a decision made by Shipley near the end of her time in government to?buy F-16 fighter jets?from the United States. The F-16 decision formed part of a wider strategic realignment for New Zealand’s military, under which the Labor-Alliance coalition government also decided to abolish the air force’s?combat wing.

The underlying rationale was that New Zealand should instead focus its efforts on supporting the increasing number of peacekeeping missions it had been undertaking since the end of the Cold War. Greater military cooperation with the United States was not on the agenda.

In fact, in May 2001, Clark said New Zealand found itself in an “incredibly benign strategic environment” – a?phrase?that was often repeated back at her by her political opponents after 9/11.

In any event, New Zealand’s solidarity with the United States and its Afghanistan commitment – the centerpiece of what Bush called the “war on terror” – brought an unexpected thaw in relations.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Clark was invited to the White House in?March 2002, and there was even?talk?of a free trade deal, which had previously seemed like an impossibility due to New Zealand’s nuclear policy. While stopping short of calling New Zealand an ally, U.S. Secretary of State Colin Powell?said?New Zealand and the United States were “very, very, very close friends.”

But things changed again with the Iraq War. Clark staunchly opposed the war – citing its lack of U.N. mandate – and any prospect of a free trade deal was abruptly taken off the table. Instead, the United States rewarded supporters of the Iraq War with free trade agreements – with Australia and?Singapore?at the top of the list. At the time, the differences over Iraq made it seem that any improvement in New Zealand-U.S. relations had again stalled.

The nuclear ship issue was once again seen as the main roadblock to the full restoration of ties. The issue gained particular prominence in 2004 when Don Brash, then the National Party leader, was noted by officials as?saying?the ban would be “gone by lunchtime” under a future National-led government.

But there were advantages to the diametrically opposed positions over Iraq. With the U.S. position seemingly crystal clear, New Zealand’s wider foreign policy agenda was largely freed up for other matters.

The focus moved to negotiating free trade agreements with other countries – following a 2001 model agreement with Singapore and amid the World Trade Organization’s ill-fated?Doha round?of negotiations. New Zealand’s free-trade efforts first bore fruit in 2005 when an agreement was signed with?Thailand.

Even more interesting was an agreement signed later that year among a grouping of Pacific Rim countries called the?“P4”. The agreement with Brunei, Chile, and Singapore was the genesis for what ultimately became the 11-country Comprehensive and Progressive Trans-Pacific Partnership (CPTPP).

But New Zealand’s biggest prize came in 2008, when it became the first Western country to sign a free trade agreement with?China?– which rapidly became New Zealand’s biggest trading partner.

In hindsight, the fallout from the 9/11 attacks – and the invasions of Afghanistan and Iraq – did New Zealand foreign policymakers a favor. Afghanistan gave New Zealand an opening to show the United States what it had to offer, while Iraq clearly showed New Zealand the limits of that engagement. Without Iraq, Wellington might have continued to put even more effort into repairing its U.S. relationship – which could have prevented it from moving on to a more diversified trade focus.

But what is even more remarkable is that New Zealand ultimately ended up almost having its cake and eating it too.

Against the backdrop of New Zealand’s commitment in Afghanistan, but also with the simple passage of time, the nuclear ship issue that had once seemed so central essentially faded into the background. Significantly, then-U.S. Secretary of State Condoleezza Rice called New Zealand an?ally in 2008, and diplomatic cables from WikiLeaks revealed that United States quietly resumed full intelligence sharing with New Zealand in 2009. New Zealand’s defense ties with the U.S. have also largely been restored. Since 2014, New Zealand ships have again fully participated in U.S.-led? military exercises.

And in 2016, New Zealand even came within a whisker of securing a free trade deal with the United States – as part of the CPTPP – until Donald Trump withdrew from the arrangement shortly after taking office.

Despite this setback, it is probably only a matter of time until New Zealand concludes a free trade deal of some kind that involves the United States. After all, the U.S. is now taking a much greater interest in New Zealand and its neighborhood as part of its?Indo-Pacific?vision, which seeks to challenge China’s perceived dominance.

Ultimately, the September 11 attacks triggered a chain of unforeseen actions and decisions. The impact of the tragedy changed the course of U.S. foreign policy. It changed the trajectory of New Zealand’s foreign policy, too.

This article was originally published by the Democracy Project, which aims to enhance New Zealand democracy and public life by promoting critical thinking, analysis, debate, and engagement on politics and society.