Trans-Pacific View | Diplomacy | East Asia

holiday palace online1️⃣LOOK618: Easing China-US Tensions: Lessons From Nixon’s 1972 Trip

บ้าน ผล บอล พรุ่งนี้ ทุก ลีก,โดยลูกทีมของ นีล คริตช์ลีย์ เฮดโค้ชหงส์แดง ยู-23 ที่ได้โอกาสคุมทีมในเกมนี้ สามารถพาทีมเฉือนเอาชนะ ชรูว์สบิวรี ไปได้ 1-0 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ โร-ฌอน วิลเลียมส์มาดูกันว่าโฉมหน้า 11 ตัวจริงที่ทาง MThai คาดการณ์จะลงสนามมีใครกันบ้าง ผู้รักษาประตู : เอเดรียนสำหรับ เจอร์ราร์ด ยังไม่เคยพา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สักครั้งในอาชีพค้าแข้ง โดยโอกาสที่ใกล้เคียงที่สุดคือในซีซั่น 2013-14 ที่พวกเขานำเป็นจ่าฝูงจนกระทั่งช่วงท้ายฤดูกาลที่ทำแต้มหล่นอย่างต่อเนื่องทั้งในเกมพ่าย เชลซี คาบ้าน 0-2 ซึ่งในเกมนั้น เจอร์ราร์ด ลื่นจนทีมเสียประตูแรก และกลายเป็นช็อตที่ยังได้รับการพูดถึงจนปัจจุบัน รวมถึงบุกเสมอ คริสตัล พาเลซ 3-3 ทำให้สุดท้ายโดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แซงคว้าแชมป์แทนปัจจุบัน แมดดิสัน เหลือสัญญากับ เลสเตอร์ อีกสามปี และรับค่าเหนื่อยราว 55,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ คาดว่าทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาล 2015/16 จะพยายามอัพค่าเหนื่อยให้แข้งรายนี้พร้อมกับพ่วงเงื่อนไขค่าฉีกสัญญาลงไปนั่นเอง"ขณะที่ เจมส์ มิลเนอร์ กองกลางจอมเก๋า ก็ใกล้จะกลับคืนสู่ทีมหลังหายจากอาการบาดเจ็บแฮมสตริงเช่นกัน" ,กระทั่ง เอล เดสมาร์เก้ สื่อแดนกระทิงดุ เปิดเผยว่า หงส์แดง ไม่ได้สนใจ อิสโก้ อีกต่อไป และหันไปหา ฟาเบียน รูอิซ ห้องเครื่อง นาโปลี ซึ่งทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ อัซซูร่า เมื่อปี 2018 รวมถึงน่าจะถูกเรียกติดทีมชาติสเปนลุยศึกยูโร 2020 อีกด้วย จึงอยากได้ตัวมาเสริมแกร่งในตลาดนักเตะรอบนี้โดยหากมีทีมยอมจ่ายค่าฉีกสัญญาของหัวหอกทีมชาติอาร์เจนตินา ซึ่งมีมูลค่า 111 ล้านยูโรในช่วงตลาดนักเตะหน้าร้อน อินเตอร์ ก็ต้องจำใจให้ มาร์ติเนซ ย้ายออกจากทีมไป******เกร็ดน่ารู้มาเน่ ทำไปแล้ว 15 ประตูจากการลงสนาม 31 เกมรวมทุกรายการในฤดูกาลนี้ คืนสนามซาดิโอ มาเน่นอริช ซิตี้ลิเวอร์พูลโดยภายในงานมี คุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ คุณอิสระ วงศ์รุ่ง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าบุคคล เป็นประธาน พร้อม ด้วยสื่อมวลชนร่วมทำข่าวอย่างคับคั่ง“การส่งเสริมกีฬาในปีนี้จึงเป็นการต่อยอดจากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันวงการฟุตบอล ตั้งแต่ระดับภูมิภาค ที่มีผู้เล่นและสโมสรฟุตบอลเข้าร่วมการแข่งขันตลอดฤดูกาลเยอะที่สุด และมีแฟนบอลจากทั่วประเทศคอยติดตามชม ให้ก้าวสู่เวทีระดับมาตรฐานสากล ในระดับอาเซียนและระดับโลก อันจะเป็นการยกระดับฝีมือการเล่นให้เป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ” สตีฟ แม็คมานามาน อดีตกองกลาง ลิเวอร์พูล แนะอดีตต้นสังกัดขายนักเตะบางคนออกจากทีมเพื่อดึงตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กลับรังอีกครั้งโดย คูตินโญ่ ย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล ไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า เมื่อตลาดนักเตะหน้าหนาวปี 2018 ด้วยค่าตัวรวม 142 ล้านยูโร ซึ่งเป็นการแยงทางกันไม่ค่อยดีนัก หลังเจ้าตัวเป็นฝ่ายขอขึ้นบัญชีย้ายทีมเองเกร็ดน่ารู้คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลายเป็นมนุษย์คนแรกของโลกที่มีผู้ติดตามในอินสตาแกรมเกิน 200 ล้านราย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ยูเวนตุส สิ่งที่ ลิเวอร์พูล กำลังทำอยู่ในตอนนี้มันน่ามหัศจรรย์มาก พวกเขาเหมือนกับเครื่องจักร พวกเขาหาจังหวะของตัวเองได้ และมันก็เหมือนกับว่า เราจะเล่นแบบนั้นอีกครั้ง เราจะเล่นแบบนั้นอีกครั้ง ประมาณนั้นเลย เอ็มบัปเป้ กล่าวสองประตูที่ ฮาแลนด์ ทำได้ในเกมนี้ถือเป็นประตูที่ 7 จากการลงเล่นเพียง 136 นาทีให้กับต้นสังกัดใหม่ เฉลี่ยยิงประตูทุกๆ 19 นาทีเลยทีเดียว ลิเวอร์พูลเอ็มเร่ ชาน, พวกเขาแพ้ไป 0 เกม เมื่อคุณมองแล้วก็อาจจะคิดว่าทุกอย่างมันง่าย แต่ที่จริงแล้วมันไม่ง่าย นักเตะของพวกเขามีโฟกัสกันมาก พวกเขาลงสนามในทุกๆ 3 วัน และพวกเขาก็ชนะ, ชนะ และชนะ ด้าน โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไม่มี ศุภชัย ใจเด็ด ที่บาดเจ็บ ส่วน สุภโชค สารชาติ,แบร์นาร์โด คูเอสตา,ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา, จอง แจ ยอง และริคาร์โด บูเอโน ลงบู๊ทว่าเจ้าตัวยังไม่ได้ลงสนามให้กับ ปีศาจแดง เนื่องจากอยู่ในช่วงเฝ้าดูอาการไวรัสโคโรน่าหลังเดินทางมาจากประเทศจีน และไม่ได้ไปซ้อมกับทีมในช่วงพักเบรกที่ประเทศสเปนอีกด้วยโดยการแข่งขันรายการดังกล่าวจะนำเอาตัวแทนของทวีปเอเชีย 2 ทีม ผ่านเข้าไปแข่งขันฟุตบอลหญิงในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โอเดียน [อิกฮาโล่] จะอยู่แมนเชสเตอร์ต่อไป เพราะนับตั้งแต่เขามาจากจีนในช่วง 14 วันให้หลังมานี้ มีข่าวแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า ซึ่งเราไม่ชัวร์ว่าเขาจะเดินทางกลับมาที่อังกฤษหลังจากไปประเทศอื่นได้หรือไม่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กล่าวถึงกระนั้นล่าสุด สกาย สปอร์ตส์ เปิดเผยว่า อินเตอร์ มิลาน ได้บรรลุข้อตกลงกับ สเปอร์ส ในการเซ็นสัญญากับ อิริคเซ่น มาร่วมทีมได้แล้วด้วยค่าตัว 20 ล้านยูโร ซึง อิริคเซ่น จะเซ็นสัญญากับ เนรัซซูรี่ ถึงปี 2024 และรับค่าเหนื่อยปีละ 8 ล้านยูโรด้วยกัน。

จากการนำห่างดังกล่าวทำให้ หงส์แดง ต้องการชัยชนะอีก 6 จาก 13 เกมที่เหลือในฤดูกาลนี้เพื่อการันตีการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ฟาบินโญ่ริคาร์โด้ กาก้าลิเวอร์พูลอลีสซง เบ็คเกอร์โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ,โดย เบลลิงแฮม ลงสนามให้กับทีมลูกโลกชุดใหญ่ไปแล้ว 25 เกม ยิง 4 ประตู จนกลายเป็นที่น่าจับตามองจากบรรดาทีมดังทั่วยุโรป ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล , แมนฯ ซิตี้ , อาร์เซน่อล , ดอร์ทมุนด์ และ บาเยิร์น มิวนิคอ่านข่าว : พายุเซียร่าเล่นงาน! ทำคู่ แมนฯ ซิตี้ vs เวสต์แฮม มีอันต้องเลื่อนสำหรับโปรแกรม เอฟเอ คัพ รอบ 4 นัดรีเพลย์ ระหว่าง ลิเวอร์พูล พบกับ ชรูว์สบิวรี ทาวน์ จะแข่งขันในคืนวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 02.45 น. (เช้าวันพุธ) ตามเวลาประเทศไทย โดยเฉพาะ ฟีร์มิโน่ ที่เข้าใจพื้นที่ในสนามอย่างดี และพร้อมเปลี่ยนตำแหน่งเพื่อทีม โดยเขาไม่ได้ปักหลักในเขตโทษตลอดเวลา​ แต่วิ่งหาที่ว่าง​ ลงมารับบอล​ และสร้างเกมขึ้นไป นอกจากนั้น ดิ อินดีเพนเดนท์ สื่อดังของอังกฤษ เผย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาจจะถึงขั้นโดนพรีเมียร์ลีกตัดแต้มด้วยจากกรณีนี้หลังเกมมีรายงานว่า กวาร์ดิโอล่า ใช้เวลานาน 50 นาทีในการพูดคุยกับลูกทีมก่อนจะเดินมาให้สัมภาษณ์กับนักข่าว ซึ่งเจ้าตัวปฏิเสธว่าเม้งแตกใส่ลูกทีมหลังจบเกมดังกล่าวกุนซือหงส์แดงยืนยันหมดสิทธิ์ใช้งาน ซาดิโอ มาเน่ เป็นจำนวน 2 เกม หลังประสบอาการบาดเจ็บในเกมที่เฉือนชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาเจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล คอนเฟิร์มผ่านการให้สัมภาษณ์ก่อนเกมที่จะดวลกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ว่าจะไม่มีชื่อของ ซาดิโอ มาเน่ ลงสนามถึงสองเกมด้วยกัน, ส่วน ฟาบินโญ่ คือหนึ่งในกองกลางดีที่สุด และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ คือกองหน้าที่ดีที่สุดร่วมกับ หลุยส์ ซัวเรซ ,บทสรุปเกมเฮลลัส เวโรน่า ทีมอันดับ 10 ของตาราง อาศัยความเป็นเจ้าบ้านออกสตาร์ทได้อย่างดุดันกว่า แม้รับการมาเยือนของหัวตารางอย่าง ยูเวนตุส แต่ทั้งสองฝั่งทำสกอร์กันไม่ได้จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0 ครึ่งหลัง ยูเวนตุส เป็นฝ่ายได้ประตู เมื่อ โรนัลโด้ หลุดไปดวลกับกองหลังเจ้าบ้านก่อนหักข้อยิงบอลผ่านมือ ซิลเวสตรี เข้าไปทะยานออกนำ 1-0 ในนาที 65ลีกเอิง ฝรั่งเศสเวลา 01:00 น. ลีลล์ แรนส์เวลา 01:00 น. โมนาโก อองเช่ร์เวลา 03:05 น. น็องต์ ปารีส แซงต์ แชร์กแมงโดยล่าสุด Mirror รายงาน โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือปีศาจแดงอยากได้ คาร์ลอส เตเบซ ศูนย์หน้าอาร์เจนไตน์วัย 35 ปี มาเป็นอะไหล่แดนหน้าด้วยสัญญาระยะสั้นนั่นทำให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องปวดหัวพอสมควร เพราะเขาและลูกทีมมีโปรแกรมพักหนีหนาว ซึ่งยังมีโอกาสโดนหงส์แดงทิ้งห่างถึง 25 แต้มในช่วงดังกล่าวอีกด้วย ก่อนจะกลับมากรำศึกหนักไม่ว่าจะเป็นการพบ เลสเตอร์ ซิตี้ , เรอัล มาดริด และ แอสตัน วิลล่า ในศึก คาราบาว คัพ รอบชิงชนะเลิศ เกร็ดน่ารู้สำหรับ ไวจ์นัลดุม ถือเป็นกำลังสำคัญของ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ โดยเจ้าตัวลงสนามให้ทีมไปแล้ว 30 นัดรวมทุกรายการ พร้อมทำได้ 3 ประตู จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุมต่อสัญญาลิเวอร์พูลบิ๊กแมตช์เมืองเบียร์เจ๊าจืดโอเดียน อิกฮาโล่ หอกใหม่ปีศาจต้องชวดเที่ยวบินไปซ้อมกับเพื่อนๆ ที่ประเทศสเปน เนื่องจากการแพร่ระบาดของ ไวรัสโคโรนา ที่กำลังน่าวิตกอยู่ ณ เวลานี้โอเดียน อิกฮาโล่ ศูนย์หน้าที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืมมากจาก เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว ในศึกไชนีส ซูเปอร์ ลีก ในวันเดดไลน์ หมดสิทธิ์ซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมที่บินไปเก็บตัวที่เมืองมาร์เบย่า, ประเทศสเปน โดยทางปีศาจแดงเป็นห่วงว่าอาจจะเข้าประเทศอังกฤษลำบาก เนื่องจากติดปัญหาเกี่ยวกับกรณีเชื้อ ไวรัสโคโรนา ที่กำลังแพร่ระบาดกันอยู่ ณ เวลานี้ เพราะเจ้าหน้าที่อังกฤษจะจับตาเฝ้าระวังผู้คนที่เดินทางมาจากจีนเป็นระยะเวลา 14 วัน และเป็นการดีกว่าหากให้เจ้าตัวอยู่ในแมนเชสเตอร์ต่อไปสำหรับ เปเล่ คว้าแชมป์โลกถึง 3 สมัยด้วยกัน (1958, 1962 และ 1970) และรางวัลส่วนตัวอีกมากมาย ตลอดการทำงานที่ผ่านมา ก็ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากแฟนบอล รวมถึงสื่อมวลชน ผมเข้าใจดี ว่าความคาดหวังของแฟนบอล ต่อทีมชาติไทย ค่อนข้างสูง ผมก็จะพยายามตอบสนองให้ได้ตามที่คาดหวัง ทำให้มีกระแสข่าวลือว่า หงส์แดง อาจจะตัดสินใจขาย 1 ใน 3 ผู้เล่นเกมรุกตัวหลักของทีมอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และซาดิโอ มาเน่ อย่างน้อย 1 คนเพื่อหาทุนมาเสริมแข้งใหม่อย่างไรก็ตาม บิลด์ สื่อดังของเยอรมัน เผยว่า บาเยิร์น ก็ไม่มีความสนใจที่จะซื้อขาดแข้งทีมขาติบราซิล เนื่องจากเจ้าตัวมีฟอร์มการเล่นไม่สม่ำเสมอแม้จะทำได้ 7 ประตู กับ 8 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 24 นัดรวมทุกรายการ รวมถึงตำแหน่งทับกับผู้เล่นในทีมหลายราย และเตรียมส่งกลับถิ่น คัมป์ นู หลังจบฤดูกาลนี้、โดยล่าสุด Mirror รายงาน โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือปีศาจแดงอยากได้ คาร์ลอส เตเบซ ศูนย์หน้าอาร์เจนไตน์วัย 35 ปี มาเป็นอะไหล่แดนหน้าด้วยสัญญาระยะสั้น อินเตอร์ ไมอามีเดวิด เบ็คแฮมเนย์มาร์。

Modern thinkers widely misunderstand the contemporaneous significance of Nixon’s 1972 trip to China. That significance provides a blueprint for thawing the current tensions.

Easing China-US Tensions: Lessons From Nixon’s 1972 Trip
Credit: Richard Nixon Presidential Library and Museum

Despite hopes for a “reset” under President Joe Biden, the chasm between the United States and China has only widened in 2021. Today, three-in-four Americans have a negative view of China, and anti-China sentiment unites an otherwise divided and partisan body politic. This hostility toward China constrains America’s leadership. Even if Biden wanted to, he could not currently enact a policy détente without damaging his agenda and electoral prospects. How then, can Biden or a future American president reduce the public’s antipathy and place American foreign policy toward China onto a more sustainable footing?

Former President Richard Nixon’s weeklong 1972 China visit provides one blueprint.

Modern thinkers widely misunderstand the contemporaneous significance of Nixon’s 1972 trip to China. Today, many argue that the summit was significant because it produced a communiqué and a common anti-Soviet front. But nobody in 1972 saw the summit this way. Despite modern misunderstandings of the trip’s significance for policymakers in 1972, it was still perceived as historic in its own time. Why was this? Simply put, because the images of the U.S. president that were coming out of Beijing were worth more than any communiqué or alliance. They helped to shift American public opinion toward China and helped Americans to start viewing China as more than a security threat, creating a political opening for de-escalation later in the decade.

So why is the summit so often misperceived as creating an anti-Soviet front? This misperception stems mainly from the Soviets themselves. After the summit, Soviet state media talked darkly about how anti-Sovietism was pushing the United States into the arms of China, and the Soviet ambassador was “almost beside himself with protestations of goodwill.” Nixon interpreted this later to show that his trip had brought the Soviets “into a more accommodating state of mind,” and to claim that this was one of the original goals of the trip.

However, the evidence is mixed at best that Nixon’s trip made the Soviets more amenable to compromise. SALT 1 was not finalized and signed until May 1972, but its key points of contention had already been solved in 1971. Negotiations over Berlin’s links to West Germany had also been essentially concluded by the time Nixon went to Beijing. The most that can be said is that Nixon’s trip alarmed the Soviets, but this was not his intention in 1972.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

At the time, Nixon actually hoped that his trip to Beijing would improve the atmosphere for his upcoming Moscow trip, American journalist Robert Kraft told the Soviet ambassador. National Security Advisor Henry Kissinger even tried to arrange for Nixon to travel to Moscow before Beijing and wrote in 1971 that “the PRC… is afraid of giving Moscow a pretext for attack.” But the Soviets themselves were incredulous and dallied on setting a date for a Soviet-U.S. summit. As Kissinger explained to the Chinese, the order of Nixon’s summits was thus determined in Moscow; the Americans had no desire to seem provocative.

Nixon even took the initiative after landing in the United States to send a private message to Soviet leader Leonid Brezhnev: The United States remained committed to détente, and the recent trip to China was not directed against any third country. Further, Kissinger took the extraordinary step of holding a private dinner in his home three days after the trip to reassure the Soviet ambassador. It can, thus, hardly be said that Nixon’s trip to China was intended to create a new de facto Sino-American alliance against Moscow at a time when détente was Nixon’s primary foreign policy priority.

Creating a communiqué or a “one China” policy was also not even on Nixon’s radar when he traveled to Beijing. The Shanghai Communiqué is commonly cited today as the first formal American acknowledgment of its one China policy. But in its own time, both the Chinese and the Americans alike viewed the communiqué as insignificant. The New York Times editorial board referred to the communiqué as “an agreement to disagree about a great many things.” During negotiations over wording, Chinese Vice Foreign Minister Qiao Guanhua even told the Americans directly that the Chinese did not need a communiqué. Kissinger understood and downplayed the communiqué as well, telling the Chinese side that its only purpose was to assuage State Department bureaucrats. Nixon’s chief of staff, Bob Haldeman, shared Kissinger’s view: “On TV the image of the American President received is worth a million times the effect of a communiqué.”

Nixon also warned the Chinese side: “there is no possibility in the next one and a half years for us to recognize the PRC as the sole government of China in a formal way.” This comment reflects Nixon’s penchant for avoiding commitment coupled with long-term thinking. Nixon’s original intention – and the real reason he went to Beijing – was to begin shifting American public opinion and create the conditions necessary for a better China-U.S. relationship over the long run.

In 1972, Nixon did not have explicit goals, such as creating a “one China” policy or an anti-Soviet alliance. As he told Mao:

Too often we look at problems of the world from the point of view of tactics. We take the short view … It is essential to look at the world not just in terms of immediate diplomatic battles and decisions but the great forces that move the world. Maybe we have some disagreements, but we know there will be changes, and we know that there can be a better, and I trust safer, world for our two peoples.

This also comports with off-the-cuff 5 a.m. remarks that Nixon made to anti-war protesters during one of his notorious late-night episodes. In those remarks, he encouraged the protesters to travel and said that his great hope was for “the great mainland of China to be opened up so that we could know the 700 million people who live in China and are one of the most remarkable people on earth.”

So what lessons can we draw from Nixon’s trip that might help to thaw China-U.S. relations today? First, Nixon was willing to take a great political gamble in trying to appeal to the American people’s emotional ethos. As he recalled: “Congressman John Schmitz of California charged me with ‘surrendering to international Communism’ by accepting the invitation. George Wallace… told reporters that he suspected the trip was actually a diversionary tactic to get people’s minds off ‘inflation and the high cost of pork chops’ …” Even those supportive of Nixon’s trip, mostly Democrats, the president wrote, “temper[ed] their praise with speculation that my motives had been political.” To improve relations with China today may require an equally bold move and a willingness to sacrifice popularity for a safer world.

Second, Nixon – despite his reputation as emotionally disconnected to those closest to him – fundamentally understood the collective emotional ethos of the American people. As he told Kissinger: “It really was a question of the American people being hopelessly and naively for peace.” As American involvement in Afghanistan ends, the question remains: Is the same true today?

Nixon also instinctively understood the importance of images in shifting public opinion. His recollection of the “most moving” moment from the summit highlights this: “The transcript of the conversation [with Mao] may not have caught probably the most moving moment, when [Mao] reached out his hand, and I reached out mine, and he held it for about a minute.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Nixon partly understood the role of images in shaping emotion through his own racialized view of the world, as is clear from his February 1972 comments – shocking in their bluntness – on the U.S. withdrawal from Vietnam:

From a political standpoint, we should have flushed them [the South Vietnamese] down the drain three years ago. … Sure, the North Vietnamese would’ve slaughtered and castrated two million South Vietnamese Catholics, but nobody [in the U.S.] would have cared. These little brown people, so far away, we don’t know them very well, naturally you would say.

Perhaps not despite his flaws but because of them, Nixon understood the importance of familiarity and “understanding” between peoples as well as any modern politician. On his China trip, he was attempting to build the sort of “understanding” of the Chinese people that he instinctively knew was required to win public support for a better relationship.

Nixon also understood the power of images from his own life. Television images played an important role in his first failed presidential bid in 1960, and afterward, Nixon became obsessed with the new medium. He thus made staged photo-ops a priority in China. As John Chancellor of NBC News put it, the trip was “a theatrical accomplishment of the first magnitude for its producers, the American and Chinese governments.” He added: “Who needs circuses when you’ve got China?” Nixon even conscripted his wife Pat to use as a – in his own words – “prop” for when he would have to sneak away from the press for official business. Any modern politician must, like Nixon, understand the value of images as well as communiqués, agreements, and speeches.

In conclusion, it’s difficult to understate the impact of Nixon’s trip on American public opinion about China. In 1968, Pew had surveyed Americans about “the Chinese people;” most held them in low regard. (Less than 0.5 percent of Americans, for example, thought Chinese were “honest.”) But in 1972, after Nixon’s trip, Americans were well on their way to having positive opinions of the ordinary Chinese.

As tensions rise between the United States and China today, how can we put relations back on a more positive footing? Nixon’s “week that changed the world” might offer one possible answer.

Authors
Guest Author

Max Plithides

Max Plithides is currently a research fellow at the University of California, Los Angeles (UCLA). He holds an MA in Political Science from UCLA with a concentration in International Relations. His master's thesis, “Is an Image Worth a Hundred Communiqués? Experimental Evidence on the Role of Photo Op Summits in Diplomacy,” and the accompanying policy brief published by the Institute on Global Conflict and Cooperation, examine the role of photo ops in palliating public pressure for conflict.

Tags