Flashpoints | Security | South Asia

lan games: A Shadow War on the Taliban?

ตรวจ หวย รัฐบาล วัน ที่ 1 มิถุนายน 62,ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 2.70-3.10 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 2.68 บาทบล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (10 พ.ย.) แนะนำ ซื้อ SAWAD ด้วยเป้าหมายพื้นฐาน 46 บาท (ทางเทคนิคระยะสั้นที่ 46-47 บาท ขณะที่ระยะกลาง-ยาวที่ 68 บาท คาดกำไร 3Q15 ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 306 ล้านบาท +36% y-yนอกจากนี้ ผลประกอบการที่ย่ำแย่ของเมซี อิงค์ ยังได้ฉุดหุ้นบริษัทที่จำหน่ายสินค้าแบรนด์ดังในห้างเมซี โดยหุ้นราล์ฟ ลอเรน ร่วงลง 4.1% หุ้นไมเคิล คอร์ โฮลดิงส์ ปรับลง 4.12% หุ้นพีวีเอช คอร์ป ดิ่งลงกว่า 4% ส่วนหุ้น G-III Apparel ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายสินค้าแบรนด์ดังอย่าง Calvin Klein และ Tommy Hilfiger ในห้างต่างๆรวมถึงห้างเมซีด้วยนั้น ร่วงลงกว่า 11%、แนวต้าน : 5.70 และ 5.75 แนวรับ : 5.55 และ 5.50SGP (ราคาปิดภาคเช้า 11.70)นายธนสิทธิ์ เธียรกาญจนวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BIG เปิดเผยว่า แนวโน้มในไตรมาส 4/58 คาดว่ารายได้และกำไรยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ารายได้รวมในปีนี้จะเติบโตทำสถิติใหม่ที่ 20% หรือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เมื่อเทียบกับในช่วงก่อนหน้าที่คาดว่ารายได้จะเติบโต 10% เนื่องจากตลาดกล้องถ่ายภาพผ่านจุดต่ำสุดแล้ว อีกทั้งยังได้รับอานิสงส์จากยอดขาย กล้องมิลเลอร์เลส กล้องโพลารอยด์ กล้องฟรุ้งฟริ้ง ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างมากSIAM/3.48ส่วนแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/58 ที่จะประกาศในวันพรุ่งนี้ (11 พ.ย.) คาดว่าทั้งรายได้และกำไรจะสูงกว่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อน ตามการส่งออกรถยนต์ซึ่งในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ไทยส่งออกรถยนต์กว่า 9.05 แสนคัน และสิ้นปีน่าจะส่งออกได้ตามเป้าหมาย ส่วนหนึ่งได้แรงหนุนจากการส่งออกรถกระบะรุ่นใหม่ และรถยนต์อีโคคาร์เฟส 2 ขณะที่บริษัทได้ส่งออกรถยนต์ไปแล้วกว่า 7 แสนคัน ในช่วง 9 เดือนแรก ซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์นอกจากนี้ รับทราบการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทย่อย เพิ่มเติมจากเดิม ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 4/2558 และครั้งที่ 6/2558 มีผลทำให้ TU ถือหุ้นในบริษัท ไทยรวมสินพัฒนาอุตสาหกรรม จำกัด เพิ่มขึ้นจากเดิม 90.08% เป็น 99.66% ของทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท และถือหุ้นบริษัท สงขลาแคนนิ่ง จำกัด (มหาชน) จากเดิม 99.54% เป็น 99.55% ของทุนจดทะเบียน 360 ล้านบาท"SGP (ราคาปิดภาคเช้า 11.70)" ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ มีมติอนุมัติคัดเลือกโครงการภายใต้มาตรการ PPP FAST TRACK ในระยะแรก 5 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 334,207 ล้านบาทแนวต้าน 1.60 1.75 บาททั้งนี้ แผนปฏิรูปกิจการของบริษัทมีทั้งหมด 21 แผนงาน โดย 7 แผนก้าวหน้ามากกว่า 85% และอีก 12 แผนก้าวหน้า 50-85% ส่วนอีก 2 แผนยังยาก ได้แก่ การปรับปรุงบริการชั้นประหยัด(economy) ทั้งนี้ คนร.จะติดตามประเมินผลทุก 3 เดือนทั้งนี้ บริษัทเตรียมแผนขยายท่าเรือ A5 ในท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อรองรับรถยนต์รอส่งออกให้เพิ่มขึ้นเป็น 1.5 ล้านคัน/ปี จากปัจจุบันที่มี 1.2-1.3 ล้านคัน/ปี แต่จะขอรอประเมินตัวเลขการส่งออกให้แน่ชัดอีกระยะหนึ่งก่อนที่จะขยายท่าเรือเพิ่มเติมไปอีก แต่เบื้องต้นได้เตรียมเงินลงทุนไว้ 700-1,000 ล้านบาทสำหรับโครงการดังกล่าว ส่วนเงินยูโร เย็นนี้อยู่ที่ระดับ 1.0735 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.0750/0752 ดอลลาร์/ยูโรระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 19-20.20 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 18.80 บาทรอบที่ 18 เคาะใบแรก 21,882 ลบ.-ใบที่สอง 23,076 ลบ. ,ด้านสหรัฐฯ การแสดงความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่เฟดในเชิงสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็ยังคงช่วยหนุนดอลลาร์สหรัฐให้ปรับตัวแข็งแกร่งล่าสุด นายเอริค โรเซนเกรน ประธานเฟด สาขาบอสตัน กล่าวว่ามีความเป็นไปได้มากขึ้นที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในเดือนธ.ค. เมื่อพิจารณาจากความคืบหน้าทางเศรษฐกิจนายโรเซนเกรนระบุว่า เดือนธ.ค.อาจเป็นช่วงเวลาที่มีความเหมาะสมสำหรับการเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเป็นไปตามที่คาด VNG สดใสไตรมาส 3/58 กำไรเพิ่มเป็น 465.79 ลบ.โต 27.66%ด้านนายพิภพ โชควัฒนา รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 58 ต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ทั้งอุปสงค์จากต่างประเทศที่ยังฟื้นตัวได้ไม่แข็งแกร่ง เนื่องด้วยความซบเซาของภาวะเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีน ซึ่งทำให้ความต้องการสินค้าส่งออกจากไทยลดลง ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกให้ตกต่ำลงด้วย ด้านอุปสงค์ภายในประเทศเองก็ได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ตกต่ำ หนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคซบเซาลงอย่างมาก การลงทุนภาคเอกชนที่ชะลอตัวจากการขาดความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจโลก ส่วนภาคการผลิตยังชะลอตัวต่อเนื่องทั้งภาคการผลิตอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมด้านนายปิยะพงศ์ พินธุประภา กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียลเอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด (WHAREM) ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ บิสซิเนส คอมเพล็กซ์ หรือ กองรีทส์ WHABT กล่าวเสริมว่า กองรีทส์ WHABT จะสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับนักลงทุน จากจุดเด่นในด้านคุณภาพของสินทรัพย์ ผู้เช่าที่มีชื่อเสียงทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงทำเลที่ตั้งในย่านธุรกิจที่เดินทางสะดวก และเป็นการลงทุนในกองรีทส์ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในสัดส่วน 88% ของมูลค่ากองทุน。

บริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ TKS ระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่4/2558 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 ได้มีมติเห็นชอบในการจัดตั้งบริษัทย่อย 2 บริษัทคือบริษัท เทคโน พริ้นท์ แอนด์ เพ็ค จำกัดประกอบธุรกิจสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์พิมพ์ลวดลายทุนจดทะเบียน 25,000,000บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 5,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 5บาทโครงสร้างการถือหุ้น บริษัท ที.เค.เอส. สยามเพรส แมเนจเม้นท์ จำกัด (บริษัทย่อย) ถือหุ้น 99.99%,ขณะที่จะเริ่มมีกำไรจากธุรกิจเทรดดิ้งพัดลมที่บริษัทฯตั้งเป้าจะมีรายได้ราว 200 ล้านบาท มีอัตรากำไรสุทธิ (Net profit margin) 10-15% ผ่านช่องทางการจำหน่าย 3 ช่องทางหลัก คือ ดีลเลอร์ตามภูมิภาคต่างๆของประเทศ โมเดิร์นเทรด ซึ่งวางจำหน่ายทั้งโฮมโปร โฮมเวิร์ค บิ๊กซี สยามโกลบอลเฮาส์ และช่องทางที่ 3 การขายให้โครงการโดยตรง ขณะนี้มีสินค้าเข้ามาพร้อมแล้ว และยังมองหาการขยายตลาดไปยังต่างประเทศด้วยโดยปัจจุบันมองประเทศพม่า กัมพูชาหุ้น SABMiller ปรับขึ้น 1.9% หลังจาก Anheuser-Busch InBev (AB InBev) สนอซื้อกิจการ SABMiller อย่างเป็นทางการ มูลค่า 7.07 แสนล้านดอลลาร์ โดยข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้น AB InBev พุ่งขึ้น 2.2%, หุ้นคาล์สเบิร์ก พุ่งขึ้น 6.2% ขานรับผลประกอบการที่สดใส ขณะที่หุ้นเฮงเคล ทะยานขึ้น 6.7% หลังจากบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการในปีนี้ รวมทั้งเม็ดเงินจากการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่จังหวัดชายแดนและในเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการลงทุนตามยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมระยะ 8 ปี ที่น่าจะลงสู่ระบบได้มากขึ้น ประกอบกับ ภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่า จะขยายตัวได้ต่อเนื่องโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากตลาดเอเชีย นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)เปิดเผยถึงทิศทางและแนวโน้มสถานการณ์น้ำมันของโลกในปี 59 ว่า จะยังคงผันผวนและมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบปี 58 โดยราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ในระดับ 53-56 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล (ประมาณการราคาเฉลี่ยปี 58 อยู่ที่ 53 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล) SGP ไม่แจ่มไตรมาส 3/58 กำไรลดเหลือ 30.62 ลบ.สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนในเดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี ในขณะที่ผลผลิตภาคุอตสาหกรรมเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 5.7%, จากการปรับตัวของ ASIAN ส่งผลให้ผลประกอบการทั้งรายได้ กำไร เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ปีนี้คาดว่าจะเห็นกำไร 160-200 ล้านบาทได้ และในอนาคตระยะ1-2 ปีข้างหน้าเราจะกลับมาเทิร์นอะราวน์ต่อเนื่อง นายสมศักดิ์ กล่าวขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 12.53 ล้านบาท หรือ 0.036 บาทต่อหุ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 14.99 ล้านบาท หรือ 0.043 บาทต่อหุ้น “สมคิด”ไฟเขียวเสนอ 5 โครงการ PPP Fast Track เข้าครม.มี.ค.59" รัฐบาลประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกได้กำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนสูงขึ้นมากในช่วงปี 63-68 ซึ่งเป็นจังหวะที่ดีสำหรับบ้านปู ในการจับมือผู้ร่วมทุนที่แข็งแกร่งเพื่อขยายธุรกิจให้โตขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่เรามีการดำเนินงานอยู่ก่อนแล้ว นางสมฤดี กล่าว" ,กราฟโค้งตัวขึ้นแบบกะทะหงาย (Rounding Bottom) โดยราคาสามารถไต่ระดับขึ้นยืนเหนือเส้น EMA 10 วันต่อเนื่อง พร้อมกับเครื่องมือ RSI + MACD ชี้ขึ้นเป็นสัญญาณซื้อ ซึ่งเป็นแรงหนุนให้ราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (12 พ.ย.) ดัชนีฯยังคงแกว่งตัวไซด์เวย์ เนื่องจากยังไร้ปัจจัยใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/58 ของบริษัทจดทะเบียนที่ทยอยออกมาเรื่อยๆ พร้อมกับติดตามการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 MHz ต่อไปพร้อมให้แนวต้าน 1,400 จุด แนวรับ 1,380 จุดขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปี 59 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 60-70 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล จากปีนี้ที่ 40-50 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งมาจากการที่ซัพพลายของน้ำมันในตลาดโลกเริ่มลดลง หลังสหรัฐฯได้ลดกำลังการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดาน (shale oil shale gas) SET ปิดลบ 8 จุด JAS ซื้อ-ขายสูงสุด 5.8 พันลบ.,ขณะที่ ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 163.09 ล้านบาท หรือ 0.17 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 131.66 พันล้านบาท หรือ 0.15 บาทต่อหุ้นมัลดีฟส์ยกเลิก State of Emergency แล้ว เป็นปัจจัยบวกต่อ CENTEL และ MINT: มัลดิฟส์ประกาศยกเลิก State of Emergency แล้วตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงแรมอย่าง CENTEL และ MINT ที่คาดว่าจะมีกำไรจากธุรกิจโรงแรมในมัลดีฟส์ 14% และ 18% ของกำไรสุทธิปี 2016 ตามลำดับ โดยเราแนะนำ ซื้อ ทั้ง CENTEL (ต้าน 42 / 44.25 บาท) และ MINT (ต้าน 34.25 / 35.25 บาท)ขณะเดียวกัน STRIDERS CORPORATION ได้เข้าเก็บหุ้น CHUO จำนวนสัดส่วน 4.91% รวมเข้าถือสัดส่วนทั้งหมด 9.82%พร้อมกันนี้ รมว.คลัง เรียกร้องให้ภาคเอกชนเพิ่มการลงทุนให้มากขึ้น ซึ่งช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ภาคเอกชนลงทุนไม่ถึง 2% ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตของประเทศลดลง และรัฐบาลได้เตรียมมาตรการที่จะส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนให้มากขึ้น จึงอยากเห็นการลงทุนเกิดขึ้นในปีหน้า。

India’s discussions with Russia, the U.K., and the U.S. could form the core of international opposition to Taliban rule.

A Shadow War on the Taliban?

Taliban soldiers walk towards Afghans shouting slogans, during an anti-Pakistan demonstration, near the Pakistan embassy in Kabul, Afghanistan, Tuesday, September 7, 2021.

Credit: AP Photo/Wali Sabawoon

Alarm bells are ringing in various capitals following the appointment of ultraradicals and listed terrorists in the Taliban’s new government in Afghanistan. One particular capital that feels rattled by this government formation is New Delhi, India. As many Western powers follow a wait-and-see policy, New Delhi is taking a proactive role in reaching out to like-minded friends to cobble together a narrative that is likely to be anti-Taliban and may lead to some heavy-handed approaches in dealing with this new regime.

While the Taliban were busy announcing the formation of their new government, in the backdrop there was a crucial meeting between the United States’ CIA Chief Williams Burns and India’s National Security Adviser Ajit Doval. There was no official announcement on the nature of their discussion. However, one could assume, the nature and character of the new interim Taliban government in Afghanistan and the attendant security issues were the top priority.

This meeting of minds between New Delhi and Washington is not at all surprising.

The U.S. anxiety with the new Taliban regime in Kabul stems from the fact that it is now led by two known terrorists. The interim cabinet is led by Mullah Mohammad Hassan Akhund, who is on a U.N. blacklist. Another figure, Sirajuddin Haqqani, is wanted by the American FBI for his role leading the notorious Haqqani Network.

Just when Burns visit wrapped up, New Delhi received General Nikolai Patrushev, the Russian secretary of the Security Council. This visit came on the heels of Indian Prime Minister Narendra Modi and Russian President Vladimir Putin’s agreement to form a permanent bilateral channel for consultations on Afghanistan. Patrushev’s visit is especially significant, as he is often called Putin’s right-hand man.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

To underline the importance of this visit, in its official communique, New Delhi announced that “all aspects related to Afghanistan and threats emerging out from there will be discussed.” As expected, Indian media were in overdrive covering the general’s trip. To stress the importance of this visit, many editorials were at pains to describe New Delhi’s engagement with Moscow as an initiative “aimed at advancing the national interest of both,” since the two sides share concerns on terrorism emanating from Afghan soil.

To keep things in perspective, these two U.S. and Russian high-level consultative meetings in New Delhi came soon after a similar trip made by Richard Moore, chief of the British counterintelligence agency, MI6. While Moore’s trip to New Delhi was a top-secret affair and received no official announcement from either country, many commentators in New Delhi were openly talking about the changing security dynamics in Afghanistan as the key topic of discussion.

New Delhi hosting these high-level meetings with foreign intelligence chiefs is a demonstration of its own strategic insecurities.

India’s Afghan Debacle

India always had a curious relationship with Afghanistan, going from highs to lows in the blink of an eye. Afghanistan does not share a direct border with India, but an unfriendly disposition in Kabul will take a toll on the country.

During the thick of the Afghan civil war in the 1990s, New Delhi provided critical support to the anti-Taliban forces belonging to the Northern Alliance. When the Taliban emerged as the victorious power in Afghanistan’s civil war and took over the country in 1996, New Delhi hit a brick wall. After a brief and isolated rule, when the Taliban were shunted out of power in 2001, New Delhi found itself at the high table of Afghanistan’s internal policy decisions.

During this phase, New Delhi successfully used Afghanistan to isolate its regional rival Pakistan. India leveraged is position with the Western-backed regime in Kabul by implementing several large-scale soft-power undertakings in the country with a view to extracting long-term benefits.

Now the tables have turned, once again, for New Delhi. Owing to India’s intimate links to the previous civilian regime in Afghanistan, the Taliban view the former with a healthy dose of suspicion. Hence, despite New Delhi’s fretting and fuming they never allowed India a voice in the Doha talks, which led to the U.S. withdrawal from Afghanistan.

What fuels New Delhi’s deep anxieties toward the Taliban-led Afghanistan?

With the Taliban taking over Afghanistan, India finds itself completely encircled by a melange of enemy states to the north. All these states, from China in the east to Pakistan in the west, and Nepal thrown in between, harbor different levels of antipathy toward India. India has border disputes with most of its neighbors. New Delhi has fought several border wars with China and Pakistan, with the most recent altercation being the infamous high-altitude Galwan Valley clash between China and India in June 2020.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Nowhere is New Delhi’s tenuous hold more evident than the disputed area of Kashmir. Ever since Indian independence from the British, both Pakistan and China have been challenging its claims over the restive region. To add insult to its injury, the new hard-line Islamic regime in Kabul has made it abundantly clear they intend to join Pakistan in raising Kashmir on the international stage, saying, “We have this right, being Muslims, to raise our voice for Muslims in Kashmir, India.”

Most of the population of Kashmir are Muslims and they maintain a not-so-friendly relationship with New Delhi. The Taliban takeover has compounded India’s woes. Now it fears the Taliban government headed by an ultraradical regime, supposedly aided by India’s arch-rival Pakistan, is going to create havoc in Kashmir through terrorist infiltration and stoking insurgency.

Not all of India’s fears and anxieties regarding the future security challenges in Kashmir are baseless and unfounded. With the Taliban regime assuming power in Kabul, the mood in the Pakistani establishment is very upbeat indeed. Shortly after the Taliban assumed power, a leader of Pakistan’s ruling Pakistan Tehreek-e-Insaaf (PTI) party said that the Taliban would help the country in “liberating” Kashmir from India.

Taking Aim at the Taliban?

New Delhi has its justifiable concerns vis-a-vis the rise of the Taliban in Afghanistan. What might be motivating London, Moscow and Washington to court New Delhi in their Afghan policy?

First, there is an unofficial and unanimous reckoning in all these capitals that the Taliban regime is going to be a headache when it comes regional and international security. Compounding that concern is the shared view that the Taliban are a divided lot, and it is just a matter of time before their differences spill over and mar Afghanistan’s domestic peace.

Second, there is a prevalent thinking that the new regime in Kabul cannot maintain Afghanistan’s sovereignty effectively, in the face of challenges posed by the Islamic State of Khorasan (ISK). This, in the view of these intelligence chiefs, is likely to turn the country into an attractive destination for non-state terrorist actors in the not-so-distant future.

Viewed from afar, New Delhi, with its established badge as “an outsider” and “a spoiler” in Afghanistan’s internal politics, is a perfect actor to engage with and cultivate in the event of any future offensive against the Taliban.

As one editorial portal in an Indian newspaper put it, the back-to-back visits to New Delhi by some of the world’s most powerful intelligence chiefs, suggest the growing importance that the world community is attaching to India, especially when it comes to addressing any security challenges emanating from Afghanistan under the Taliban. It may be that we are in for a long-drawn-out shadow war in South Asia, with India at the center of the anti-Taliban movement.